وَاتَّقُوا يَوْمًا تُرْجَعُونَ فِيهِ إِلَى اللَّهِ ۖ ثُمَّ تُوَفَّىٰ كُلُّ نَفْسٍ مَّا كَسَبَتْ وَهُمْ لَا يُظْلَمُونَ ٢٨١
🔤 Transliteration
Wattaqoo yawman turja`oona feehi ilal laahi summa tuwaffaa kullu nafsim maa kasabat wa hum laa yuzlamoon
📖 คำแปล (ความหมายภาษาไทย)
📖 ความหมายภาษาไทย
และพวกเจ้าจงยำเกรงวันหนึ่ง ซึ่งพวกเจ้าจะถูกนำกลับไปยังอัลลอฮ์ในวันนั้น แล้วแต่ละชีวิตจะถูกตอบแทนโดยครบถ้วนตามที่ชีวิตนั้นได้แสวงหาไว้ และพวกเขาจะไดไม่ถูกอธรรม
🌐 Additional reference in Melayu
คำอธิบายความหมายของคำสำคัญในโองการ: وَاتَّقُوا หมายถึง จงยำเกรง เกรงกลัว และระวังตัวให้พ้นจากการลงโทษتُرْجَعُونَ หมายถึง พวกเจ้าจะถูกนำกลับไป (สู่พระเจ้า) ในวันฟื้นคืนชีพتُوَفَّى หมายถึง จะถูกตอบแทนอย่างครบถ้วนสมบูรณ์لَا يُظْلَمُونَ หมายถึง พวกเขาจะไม่ถูกอธรรม แม้เพียงเล็กน้อยการตีความโองการ: โอ้มนุษย์ทั้งหลาย จงยำเกรงและหวาดหวั่นต่อวันหนึ่งที่พวกเจ้าจะถูกนำกลับไปยังพระเจ้าผู้ทรงอำนาจสูงสุด นั่นคือวันกิยามะฮ์ (วันพิพากษา) ซึ่งเป็นวันที่ทุกคนจะต้องยืนอยู่เบื้องหน้าพระองค์เพื่อรับการพิพากษาอย่างยุติธรรมโดยสมบูรณ์
ในวันนั้น ทุกชีวิตจะได้รับผลตอบแทนอย่างครบถ้วนตามสิ่งที่ได้กระทำไว้ในโลกดุนยา ไม่ว่าจะเป็นความดีหรือความชั่ว หากกระทำความดีก็จะได้รับรางวัลตอบแทนโดยไม่มีการลดทอนแม้แต่น้อย และหากกระทำความชั่วก็จะได้รับการลงโทษตามความเหมาะสม โดยไม่มีการเพิ่มโทษเกินกว่าความผิดที่ได้กระทำไว้ และไม่มีผู้ใดจะถูกอธรรมในวันนั้น
โองการนี้ยังชี้ให้เห็นว่า การหลีกเลี่ยงสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงห้าม เช่น ดอกเบี้ย (ริบา) และการแสวงหาทรัพย์สินโดยมิชอบนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการทำให้ศรัทธาสมบูรณ์ พร้อมกับการปฏิบัติตามสิทธิของศาสนา เช่น การละหมาด การจ่ายซะกาต และการทำความดีอื่น ๆ
บทเรียนและคุณธรรมที่ได้รับจากโองการ: ความตระหนักถึงวันแห่งการตอบแทน — การระลึกถึงวันกิยามะฮ์อยู่เสมอจะช่วยให้มนุษย์ดำเนินชีวิตอย่างมีสติ ไม่หลงระเริงไปกับความสุขชั่วคราวของโลกดุนยา และไม่กล้าที่จะละเมิดคำสั่งของอัลลอฮ์ความยุติธรรมอันสมบูรณ์ของพระเจ้า — โองการนี้ให้ความมั่นใจแก่ผู้ศรัทธาว่า อัลลอฮ์จะไม่ทรงอธรรมต่อผู้ใดแม้เพียงเสี้ยวอะตอม ความดีทุกอย่างจะไม่สูญเปล่า และความชั่วทุกอย่างจะไม่ถูกละเลย สิ่งนี้เป็นแรงจูงใจให้มนุษย์มุ่งมั่นทำความดีและละเว้นความชั่วการเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางครั้งสุดท้าย — การที่มนุษย์ทุกคนต้องกลับไปหาพระเจ้าอย่างแน่นอน ทำให้เราต้องเตรียมเสบียงที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางครั้งนั้น นั่นคือ การงานที่ดีและความยำเกรงต่อพระเจ้าความสำคัญของความรับผิดชอบส่วนบุคคล — ในวันนั้นแต่ละคนจะถูกเรียกให้รับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองเท่านั้น ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือหรือรับภาระแทนผู้อื่นได้ จึงเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบในชีวิตประจำวันความหวังและความกลัวที่สมดุล — โองการนี้ผสมผสานระหว่างความหวัง (สำหรับผู้ทำความดี) และความกลัว (สำหรับผู้ทำความชั่ว) ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้มุสลิมดำเนินชีวิตอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้องด้วยความหวังในความเมตตาของอัลลอฮ์ และความเกรงกลัวต่อการลงโทษของพระองค์
وَٱتَّقُواْ يَوۡمًا تُرۡجَعُونَ فِيهِ إِلَى ٱللَّهِۖ ثُمَّ تُوَفَّىٰ كُلُّ نَفۡسٍ مَّا كَسَبَتۡ وَهُمۡ لَا يُظۡلَمُونَ ٢٨١
และพวกเจ้าจงยำเกรงวันหนึ่ง ซึ่งพวกเจ้าจะถูกนำกลับไปยังอัลลอฮ์ในวันนั้น แล้วแต่ละชีวิตจะถูกตอบแทนโดยครบถ้วนตามที่ชีวิตนั้นได้แสวงหาไว้ และพวกเขาจะไดไม่ถูกอธรรม
🖼️ Save Image
🎬 Save Video
📜 อายะฮฺ 279-283 — ซูเราะฮฺ อัล-บะกอเราะห์
279 فَإِن لَّمْ تَفْعَلُوا فَأْذَنُوا بِحَرْبٍ مِّنَ اللَّهِ وَرَسُولِهِ ۖ وَإِن تُبْتُمْ فَلَكُمْ رُءُوسُ أَمْوَالِكُمْ لَا تَظْلِمُونَ وَلَا تُظْلَمُونَ
และถ้าพวกเจ้ามิได้ปฏิบัติตาม ก็พึงรับรู้ไว้ด้วยว่า ซึ่งสงครามจากอัลลอฮ์ และร่อซูลของพระองค์ และหากพวกเจ้าสำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวแล้ว สำหรับพวกเจ้าก็คือต้นทุนแห่งทรัพย์ของพวกเจ้า โดยที่พวกเจ้านะได้ไม่อธรรม และไม่ถูกอธรรม
280 وَإِن كَانَ ذُو عُسْرَةٍ فَنَظِرَةٌ إِلَىٰ مَيْسَرَةٍ ۚ وَأَن تَصَدَّقُوا خَيْرٌ لَّكُمْ ۖ إِن كُنتُمْ تَعْلَمُونَ
และหากเขา (ลูกหนี้) เป็นผู้ยากไร้ก็จงให้มีการรอคอยจนกว่าจะถึงคราวสะดวก และการที่พวกเจ้าจะให้เป็นทานนั้น ย่อมเป็นการดีแก่พวกเจ้า หากพวกเจ้ารู้
281 وَاتَّقُوا يَوْمًا تُرْجَعُونَ فِيهِ إِلَى اللَّهِ ۖ ثُمَّ تُوَفَّىٰ كُلُّ نَفْسٍ مَّا كَسَبَتْ وَهُمْ لَا يُظْلَمُونَ
และพวกเจ้าจงยำเกรงวันหนึ่ง ซึ่งพวกเจ้าจะถูกนำกลับไปยังอัลลอฮ์ในวันนั้น แล้วแต่ละชีวิตจะถูกตอบแทนโดยครบถ้วนตามที่ชีวิตนั้นได้แสวงหาไว้ และพวกเขาจะไดไม่ถูกอธรรม
282 يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا إِذَا تَدَايَنتُم بِدَيْنٍ إِلَىٰ أَجَلٍ مُّسَمًّى فَاكْتُبُوهُ ۚ وَلْيَكْتُب بَّيْنَكُمْ كَاتِبٌ بِالْعَدْلِ ۚ وَلَا يَأْبَ كَاتِبٌ أَن يَكْتُبَ كَمَا عَلَّمَهُ اللَّهُ ۚ فَلْيَكْتُبْ وَلْيُمْلِلِ الَّذِي عَلَيْهِ الْحَقُّ وَلْيَتَّقِ اللَّهَ رَبَّهُ وَلَا يَبْخَسْ مِنْهُ شَيْئًا ۚ فَإِن كَانَ الَّذِي عَلَيْهِ الْحَقُّ سَفِيهًا أَوْ ضَعِيفًا أَوْ لَا يَسْتَطِيعُ أَن يُمِلَّ هُوَ فَلْيُمْلِلْ وَلِيُّهُ بِالْعَدْلِ ۚ وَاسْتَشْهِدُوا شَهِيدَيْنِ مِن رِّجَالِكُمْ ۖ فَإِن لَّمْ يَكُونَا رَجُلَيْنِ فَرَجُلٌ وَامْرَأَتَانِ مِمَّن تَرْضَوْنَ مِنَ الشُّهَدَاءِ أَن تَضِلَّ إِحْدَاهُمَا فَتُذَكِّرَ إِحْدَاهُمَا الْأُخْرَىٰ ۚ وَلَا يَأْبَ الشُّهَدَاءُ إِذَا مَا دُعُوا ۚ وَلَا تَسْأَمُوا أَن تَكْتُبُوهُ صَغِيرًا أَوْ كَبِيرًا إِلَىٰ أَجَلِهِ ۚ ذَٰلِكُمْ أَقْسَطُ عِندَ اللَّهِ وَأَقْوَمُ لِلشَّهَادَةِ وَأَدْنَىٰ أَلَّا تَرْتَابُوا ۖ إِلَّا أَن تَكُونَ تِجَارَةً حَاضِرَةً تُدِيرُونَهَا بَيْنَكُمْ فَلَيْسَ عَلَيْكُمْ جُنَاحٌ أَلَّا تَكْتُبُوهَا ۗ وَأَشْهِدُوا إِذَا تَبَايَعْتُمْ ۚ وَلَا يُضَارَّ كَاتِبٌ وَلَا شَهِيدٌ ۚ وَإِن تَفْعَلُوا فَإِنَّهُ فُسُوقٌ بِكُمْ ۗ وَاتَّقُوا اللَّهَ ۖ وَيُعَلِّمُكُمُ اللَّهُ ۗ وَاللَّهُ بِكُلِّ شَيْءٍ عَلِيمٌ
บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย! เมื่อพวกเจ้าต่างมีหนี้สินกันจะด้วยหนี้สินใด ๆก็ตาม จนกว่าจะถึงกำหนดเวลา(ใช้หนี้) ที่ถูกระบุไว้แล้ว ก็จงบันทึกหนี้สินนั้นเสีย และผู้เขียนก็จงบันทึกระหว่างพวกเจ้าด้วยความเที่ยงธรรม และผู้เขียนคนหนึ่งคนใดก็จงอย่าปฏิเสธที่จะบันทึก ดังที่อัลลอฮ์ได้ทรงสอนเขา ดังนั้นเขาจงบันทึกเถิด และจงให้ผู้ที่มีสิทะเหนือเขา(ลูกหนี้) บอกให้บันทึกและเขาจงยำเกรงอัลลอฮ์ผู้เป็นพระเจ้าของเขา และจงอย่าให้บกพร่องแต่อย่างใดจากสิทธินั้น และถ้าผู้มีสิทธิเหนือเขา(ลูกหนี้) เป็นคนโง่ หรือเป็นผู้อ่อนแอหรือไม่สามารถจะบอกให้บันทึกได้ ก็จงให้ผู้ปกครองของเขาบอกด้วยความเที่ยงธรรม และพวกเจ้าจงให้มีพยานขึ้นสองนายจากบรรดาผู้ชายในหมู่พวกเจ้า แต่ถ้ามิปรากฏว่า พยานทั้งสองนั้นเป็นชายก็ให้มีผู้ชายหนึ่งกับผู้หญิงสองคน จากผู้ที่พวกเจ้าพึงใจในหมู่พยานทั้งหลาย เพื่อว่าหญิงใดในสองคนนั้นหลงไป คนหนึ่งในสองคนนั้นก็จะได้เตือนอีกคนหนึ่ง และบรรดาพยานนั้นก็จงอย่าได้ปฏิเสธ เมื่อพวกเขาถูกเรียกร้อง และพวกเจ้าจงอย่าเบื่อหน่ายที่จะบันทึกหนี้สินนั้นไม่ว่าน้อยหรือมากก็ตาม จนกว่าจะถึงกำหนดเวลาของมัน นั่นแหละคือสิ่งที่ยุติธรรมยิ่งกว่า ณ ที่อัลลอฮ์ และเที่ยงตรงยิ่งกว่าสำหรับเป็นหลบักฐานยืนยัน และเป็นสิ่งใกล้ยิ่งกว่าที่พวกเจ้าจะไม่สงสัย นอกจากว่ามันเป็นสินค้าที่ปรากฏอยู่ต่อหน้า ซึ่งพวกเจ้าหมุนเวียนมัน (ซื้อขายแลกเปลี่ยน) ระหว่างพวกเจ้าก็ไม่มีโทษอันใดแก่พวกเจ้าที่พวกเจ้าจะไม่บันทึกมัน และพวกเจ้าจงให้มีพยานขึ้น เมื่อพวกเจ้าต่างซื้อขายกัน และผู้เขียนก็จงอย่าก่อให้เกิดความเดือดร้อนขึ้น และผู้เป็นพยานด้วย และหากว่าพวกเจ้ากระทำ แน่นอนมันก็เป็นการฝ่าฝืนเนื่องด้วยพวกเจ้า และพวกเจ้าจงพึงยำเกรงอัลลอฮ์เถิด และอัลลอฮ์นั้นทรงให้ความรู้แก่พวกเจ้าอยู่ และอัลลอฮ์นั้นทรงรอบรู้ในทุกสิ่งทุกอย่าง
283 ۞ وَإِن كُنتُمْ عَلَىٰ سَفَرٍ وَلَمْ تَجِدُوا كَاتِبًا فَرِهَانٌ مَّقْبُوضَةٌ ۖ فَإِنْ أَمِنَ بَعْضُكُم بَعْضًا فَلْيُؤَدِّ الَّذِي اؤْتُمِنَ أَمَانَتَهُ وَلْيَتَّقِ اللَّهَ رَبَّهُ ۗ وَلَا تَكْتُمُوا الشَّهَادَةَ ۚ وَمَن يَكْتُمْهَا فَإِنَّهُ آثِمٌ قَلْبُهُ ۗ وَاللَّهُ بِمَا تَعْمَلُونَ عَلِيمٌ
และถ้าพวกเจ้าอยู่ในระหว่างเดินทางและไม่พบผู้เขียนคนใด ก็ให้มีสิ่งค้ำประกันยึดถือไว้ แต่ถ้าบางคนในพวกเจ้าไว้ใจอีกบางคน(ลูกหนี้) ผู้ที่ได้รับความไว้ใจ (ลูกหนี้) ก็จงคืนสิ่งที่ถูกไว้ใจ(หนี้) ของเขาเสีย และเขาจงกลัวเกรงอัลลอฮ์ผู้เป็นพระเจ้าของเขาเถิด และพวกเจ้าจงอย่าปกปิดพยานหลักฐาน และผู้ใดปกปิดมันไว้ แน่นอนหัวใจของเขาก็มีบาป และอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ
คำแปล — อัล-บะกอเราะห์ 281 ซูเราะฮฺ อัล-บะกอเราะห์ อายะฮฺ 281 - อ่าน, ฟัง, คำแปล, ภาษาไทย : และพวกเจ้าจงยำเกรงวันหนึ่ง ซึ่งพวกเจ้าจะถูกนำกลับไปยังอัลลอฮ์ในวันนั้น แล้วแต่ละชีวิตจะถูกตอบแทนโดยครบถ้วนตามที่ชีวิตนั้นได้แสวงหาไว้ และพวกเขาจะไดไม่ถูกอธรรม
ซูเราะฮฺ อายะฮฺ 281/286 — ซูเราะฮฺ อัล-บะกอเราะห์ البقرة (Medinan). อ่าน ฟัง คำแปล (ภาษาไทย). ฟัง: ซูเราะฮฺ อัล-บะกอเราะห์ ฟัง, ซูเราะฮฺ อัล-บะกอเราะห์ คำแปล, ซูเราะฮฺ อัล-บะกอเราะห์ mp3, ซูเราะฮฺ อัล-บะกอเราะห์ pdf. อายะฮฺ 279–283. ความหมายภาษาไทย: Melayu.