وَإِذَا طَلَّقْتُمُ النِّسَاءَ فَبَلَغْنَ أَجَلَهُنَّ فَلَا تَعْضُلُوهُنَّ أَن يَنكِحْنَ أَزْوَاجَهُنَّ إِذَا تَرَاضَوْا بَيْنَهُم بِالْمَعْرُوفِ ۗ ذَٰلِكَ يُوعَظُ بِهِ مَن كَانَ مِنكُمْ يُؤْمِنُ بِاللَّهِ وَالْيَوْمِ الْآخِرِ ۗ ذَٰلِكُمْ أَزْكَىٰ لَكُمْ وَأَطْهَرُ ۗ وَاللَّهُ يَعْلَمُ وَأَنتُمْ لَا تَعْلَمُونَ ٢٣٢
🔤 Transliteration
Wa izaa tallaqtumun nisaaa`a fabalaghna ajalahunna falaa ta`duloo hunna ai yankihna azwaaja humna izaa taraadaw bainahum bilma` roof; zaalika yoo`azu bihee man kaana minkum yu`minu billaahi wal yawmil aakhir; zaalikum azkaa lakum wa athar; wallaahu ya`lamu wa antum laa ta`lamu wa antum laa ta`lamoon
📖 คำแปล (ความหมายภาษาไทย)
📖 ความหมายภาษาไทย
และเมื่อพวกเจ้าหย่าบรรดาหญิง แล้วนางเหล่านั้นได้ถึงกำหนดเวลาของพวกนางแล้วก็จงอย่าขัดขวางพวกนาง ในการที่พวกนางจะแต่งกับบรรดาคู่ครองของพวกนาง เมื่อพวกเขาต่างพอใจกันระหว่างพวกเขาโดยชอบธรรม นั่นแหละคือ สิ่งที่จะถูกนำมาแนะนำตักเตือนแก่ผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และวันปรโลก นั่นแหละคือสิ่งที่บริสุทธิ์กว่า และสะอาดกว่า สำหรับพวกเจ้าและอัลลอฮ์นั้นทรงรู้ แต่พวกเจ้าไม่รู้
🌐 Additional reference in Melayu
คำอธิบายความหมายคำศัพท์สำคัญในโองการ فَبَلَغْنَ أَجَلَهُنَّ หมายถึง เมื่อสตรีเหล่านั้นครบกำหนดระยะเวลารอคอย (อิดดะฮ์) หลังจากการหย่าเรียบร้อยแล้วلَا تَعْضُلُوهُنَّ คำว่า "العَضْل" แปลว่า การขัดขวาง กีดกัน หรือบีบบังคับ ดังนั้นความหมายคือ อย่าขัดขวางหรือกีดกันพวกนางأَزْوَاجَهُنَّ หมายถึง สามีเดิมของพวกนาง (ที่หย่ากันไป)بِالْمَعْرُوفِ หมายถึง ตามหลักการอันดีงามที่ศาสนากำหนดและสังคมยอมรับأَزْكَى หมายถึง ดียิ่งกว่า บริสุทธิ์ยิ่งกว่า และเพิ่มพูนความดีมากกว่าأَطْهَرُ หมายถึง สะอาดบริสุทธิ์ยิ่งกว่าคำอธิบายโองการ โองการนี้กล่าวถึงกรณีที่สามีได้หย่าภรรยาของตน (โดยเป็นการหย่าที่ไม่ถึงสามครั้ง) และเมื่อสตรีเหล่านั้นครบกำหนดอิดดะฮ์แล้ว หากทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย (สามีเดิม) ต่างมีความประสงค์ที่จะกลับมาอยู่กินกันใหม่ด้วยการทำสัญญาการแต่งงานใหม่ตามหลักการ ก็เป็นสิทธิของพวกนางที่จะกระทำเช่นนั้นได้
โองการนี้กล่าวกับบรรดาผู้ปกครองหรือญาติผู้ดูแลสตรี (วะลี) ว่า พวกท่านอย่าได้กีดกันหรือขัดขวางสตรีเหล่านั้นจากการกลับไปแต่งงานกับสามีเดิมของพวกนาง เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างพอใจและตกลงกันด้วยดีตามหลักการอันเหมาะสม เช่น มีมะฮร์ (สินสอด) ที่เหมาะสม และมีการทำสัญญาการแต่งงานที่ถูกต้องตามบทบัญญัติ
การตักเตือนนี้มีไว้สำหรับผู้ที่มีศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันปรโลก เพราะผู้ศรัทธาที่ยอมจำนนต่อพระบัญชาของพระเจ้าจะปฏิบัติตามคำสั่งนี้ด้วยความเต็มใจ การปล่อยให้สตรีได้แต่งงานกับสามีเดิมโดยไม่ขัดขวางนั้น เป็นสิ่งที่เพิ่มพูนความดีงาม ความบริสุทธิ์ และความสะอาดให้แก่สังคมและจิตใจของพวกท่านมากกว่า การขัดขวางนั้นจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียและบาป
และอัลลอฮ์ทรงรอบรู้ถึงสิ่งที่อยู่ในจิตใจของทั้งสองฝ่าย ทรงรอบรู้ถึงสิ่งที่เกิดประโยชน์และโทษแก่พวกท่าน ขณะที่พวกท่านไม่รู้ถึงสิ่งเหล่านั้น ดังนั้นจงปฏิบัติตามพระบัญชาของพระองค์เถิด
บทเรียนและคุณค่าที่ได้รับจากโองการ การเคารพสิทธิสตรี — โองการนี้ยืนยันว่าศาสนาอิสลามให้เกียรติและเคารพสิทธิของสตรีอย่างแท้จริง สตรีมีสิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิตคู่ของตนเอง และไม่มีใครมีสิทธิ์กีดกันพวกนางจากสิ่งที่ศาสนาอนุญาตการไม่ใช้อำนาจในทางที่ผิด — ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลไม่ควรใช้อำนาจของตนขัดขวางสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงอนุญาต แม้จะคิดว่าตนทำเพื่อผลดีก็ตาม เพราะอัลลอฮ์เท่านั้นที่ทรงรอบรู้สิ่งที่ดียิ่งกว่าความบริสุทธิ์ของสังคม — การปล่อยให้สิ่งที่เป็นที่อนุญาตดำเนินไปตามหลักการ ย่อมนำมาซึ่งความบริสุทธิ์และความดีงามของสังคม ตรงกันข้ามกับการกีดกันที่อาจนำไปสู่การทำสิ่งต้องห้ามหรือความเสื่อมเสียความศรัทธานำไปสู่การปฏิบัติ — การตักเตือนนี้มีผลต่อผู้ที่มีศรัทธาเท่านั้น เพราะผู้ศรัทธาจะยอมรับและปฏิบัติตามคำสั่งของพระเจ้าด้วยความเต็มใจ แม้จะไม่เข้าใจเหตุผลทั้งหมดก็ตามความรู้ของอัลลอฮ์เหนือกว่าความรู้ของมนุษย์ — มนุษย์อาจคิดว่าการขัดขวางเป็นสิ่งดี แต่แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรอบรู้ถึงผลลัพธ์ที่แท้จริงดีกว่า ดังนั้นการมอบหมายและไว้วางใจในพระองค์คือทางแห่งความสำเร็จ
وَإِذَا طَلَّقۡتُمُ ٱلنِّسَآءَ فَبَلَغۡنَ أَجَلَهُنَّ فَلَا تَعۡضُلُوهُنَّ أَن يَنكِحۡنَ أَزۡوَٰجَهُنَّ إِذَا تَرَٰضَوۡاْ بَيۡنَهُم بِٱلۡمَعۡرُوفِۗ ذَٰلِكَ يُوعَظُ بِهِۦ مَن كَانَ مِنكُمۡ يُؤۡمِنُ بِٱللَّهِ وَٱلۡيَوۡمِ ٱلۡأٓخِرِۗ ذَٰلِكُمۡ أَزۡكَىٰ لَكُمۡ وَأَطۡهَرُۚ وَٱللَّهُ يَعۡلَمُ وَأَنتُمۡ لَا تَعۡلَمُونَ ٢٣٢
และเมื่อพวกเจ้าหย่าบรรดาหญิง แล้วนางเหล่านั้นได้ถึงกำหนดเวลาของพวกนางแล้วก็จงอย่าขัดขวางพวกนาง ในการที่พวกนางจะแต่งกับบรรดาคู่ครองของพวกนาง เมื่อพวกเขาต่างพอใจกันระหว่างพวกเขาโดยชอบธรรม นั่นแหละคือ สิ่งที่จะถูกนำมาแนะนำตักเตือนแก่ผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และวันปรโลก นั่นแหละคือสิ่งที่บริสุทธิ์กว่า และสะอาดกว่า สำหรับพวกเจ้าและอัลลอฮ์นั้นทรงรู้ แต่พวกเจ้าไม่รู้
🖼️ Save Image
🎬 Save Video
📜 อายะฮฺ 230-234 — ซูเราะฮฺ อัล-บะกอเราะห์
230 فَإِن طَلَّقَهَا فَلَا تَحِلُّ لَهُ مِن بَعْدُ حَتَّىٰ تَنكِحَ زَوْجًا غَيْرَهُ ۗ فَإِن طَلَّقَهَا فَلَا جُنَاحَ عَلَيْهِمَا أَن يَتَرَاجَعَا إِن ظَنَّا أَن يُقِيمَا حُدُودَ اللَّهِ ۗ وَتِلْكَ حُدُودُ اللَّهِ يُبَيِّنُهَا لِقَوْمٍ يَعْلَمُونَ
ถ้าหากเขาได้หย่านางอีก นางก็ไม่เป็นที่อนุมัติแก่เขาหลังจากนั้น จนกว่าจะแต่งงานกับสามีอื่นจากเขา แล้วหากสามีนั้นหย่านาง ก็ไม่มีบาปใด ๆ แก่ทั้งสอง ที่จะคืนดีกันใหม่ หากเขาทั้งสองคิดว่า จะดำรงไว้ซึ่งขอบเขตของอัลลอฮ์ได้และนั่นแหละคือขอบเขตของอัลลอฮ์ ซึ่งพระองค์ทรงแจกแจงมันอย่างแจ่มแจ้งแก่กลุ่มชนที่รู้ดี
231 وَإِذَا طَلَّقْتُمُ النِّسَاءَ فَبَلَغْنَ أَجَلَهُنَّ فَأَمْسِكُوهُنَّ بِمَعْرُوفٍ أَوْ سَرِّحُوهُنَّ بِمَعْرُوفٍ ۚ وَلَا تُمْسِكُوهُنَّ ضِرَارًا لِّتَعْتَدُوا ۚ وَمَن يَفْعَلْ ذَٰلِكَ فَقَدْ ظَلَمَ نَفْسَهُ ۚ وَلَا تَتَّخِذُوا آيَاتِ اللَّهِ هُزُوًا ۚ وَاذْكُرُوا نِعْمَتَ اللَّهِ عَلَيْكُمْ وَمَا أَنزَلَ عَلَيْكُم مِّنَ الْكِتَابِ وَالْحِكْمَةِ يَعِظُكُم بِهِ ۚ وَاتَّقُوا اللَّهَ وَاعْلَمُوا أَنَّ اللَّهَ بِكُلِّ شَيْءٍ عَلِيمٌ
และเมื่อพวกเจ้าหย่าบรรดาหญิง แล้วพวกนางถึงกำหนดเวลา ของพวกนางแล้ว ก็จงยับยั้งนางไว้โดยชอบธรรม หรือไม่ก็จงปล่อยนางไปโดยชอบธรรม และพวกเจ้าจงอย่ายับยั้งพวกนางไว้โดยมุ่งก่อความเดือดร้อน เพื่อพวกเจ้าจะได้ข่มเหงรังแก และผู้ใดกระทำเช่นนั้น แน่นอนเขาก็ข่มเหงตนเอง และจงอย่าถือเอาโองการของอัลลอฮ์เป็นที่เย้ยหยัน และพึงรำลึกถึงความเมตตาของอัลลอฮ์ที่มีแก่พวกเจ้า และสิ่งที่พระองค์ได้ทรงประทานลงมาแก่พวกเจ้าอันได้แก่คัมภีร์ และบทบัญญัติ(ที่มีอยู่ในคัมภีร์นั้น) ซึ่งพระองค์จะทรงใช้คัมภีร์นั้นแนะนำตักเตือนพวกเจ้า และพวกเจ้าพึงยำเกรงอัลลอฮ์เถิด และจงรู้ด้วยเถิดว่า แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงรอบรู้ในทุกสิ่งทุกอย่าง
232 وَإِذَا طَلَّقْتُمُ النِّسَاءَ فَبَلَغْنَ أَجَلَهُنَّ فَلَا تَعْضُلُوهُنَّ أَن يَنكِحْنَ أَزْوَاجَهُنَّ إِذَا تَرَاضَوْا بَيْنَهُم بِالْمَعْرُوفِ ۗ ذَٰلِكَ يُوعَظُ بِهِ مَن كَانَ مِنكُمْ يُؤْمِنُ بِاللَّهِ وَالْيَوْمِ الْآخِرِ ۗ ذَٰلِكُمْ أَزْكَىٰ لَكُمْ وَأَطْهَرُ ۗ وَاللَّهُ يَعْلَمُ وَأَنتُمْ لَا تَعْلَمُونَ
และเมื่อพวกเจ้าหย่าบรรดาหญิง แล้วนางเหล่านั้นได้ถึงกำหนดเวลาของพวกนางแล้วก็จงอย่าขัดขวางพวกนาง ในการที่พวกนางจะแต่งกับบรรดาคู่ครองของพวกนาง เมื่อพวกเขาต่างพอใจกันระหว่างพวกเขาโดยชอบธรรม นั่นแหละคือ สิ่งที่จะถูกนำมาแนะนำตักเตือนแก่ผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และวันปรโลก นั่นแหละคือสิ่งที่บริสุทธิ์กว่า และสะอาดกว่า สำหรับพวกเจ้าและอัลลอฮ์นั้นทรงรู้ แต่พวกเจ้าไม่รู้
233 ۞ وَالْوَالِدَاتُ يُرْضِعْنَ أَوْلَادَهُنَّ حَوْلَيْنِ كَامِلَيْنِ ۖ لِمَنْ أَرَادَ أَن يُتِمَّ الرَّضَاعَةَ ۚ وَعَلَى الْمَوْلُودِ لَهُ رِزْقُهُنَّ وَكِسْوَتُهُنَّ بِالْمَعْرُوفِ ۚ لَا تُكَلَّفُ نَفْسٌ إِلَّا وُسْعَهَا ۚ لَا تُضَارَّ وَالِدَةٌ بِوَلَدِهَا وَلَا مَوْلُودٌ لَّهُ بِوَلَدِهِ ۚ وَعَلَى الْوَارِثِ مِثْلُ ذَٰلِكَ ۗ فَإِنْ أَرَادَا فِصَالًا عَن تَرَاضٍ مِّنْهُمَا وَتَشَاوُرٍ فَلَا جُنَاحَ عَلَيْهِمَا ۗ وَإِنْ أَرَدتُّمْ أَن تَسْتَرْضِعُوا أَوْلَادَكُمْ فَلَا جُنَاحَ عَلَيْكُمْ إِذَا سَلَّمْتُم مَّا آتَيْتُم بِالْمَعْرُوفِ ۗ وَاتَّقُوا اللَّهَ وَاعْلَمُوا أَنَّ اللَّهَ بِمَا تَعْمَلُونَ بَصِيرٌ
และมารดาทั้งหลายนั้น จะให้นมแก่ลูก ๆ ของนางภายในสองปีเต็ม สำหรับผู้ที่ต้องการ จะให้ครบถ้วนในการให้นม และหน้าที่ของพ่อเด็กนั้นคือปัจจัยยังชีพของพวกนางและเครื่องนุ่งห่มของพวกนางโดยชอบธรรม ไม่มีชีวิตใดจะถูกบังคับนอกจากเท่าที่ชีวิตนั้นมีกำลังความสามารถเท่านั้น มารดาก็จงอย่าได้ก่อความเดือดร้อน(ให้แก่สามี) เนื่องด้วยลูกของนาง และพ่อเด็กก็จงอย่าได้ก่อความเดือดร้อน(ให้แก่ภรรยา) เนื่องด้วยลูกของเขา และหน้าที่ของทายาทผู้รับมรดกก็เช่นเดียวกัน แต่ถ้าทั้งสองต้องการหย่านม อันเกิดจากความพอใจ และการปรึกษาหารือกันจากทั้งสองคนแล้ว ก็ไม่มีบาปใดๆ แก่เขาทั้งสอง และหากพวกเจ้าประสงค์ที่จะให้มีแม่นมขึ้นแก่ลูก ๆ ของพวกเจ้าแล้วก็ย่อมไม่มีบาปใด ๆ แก่พวกเจ้า เมื่อพวกเจ้าได้มอบสิ่งที่พวกเจ้าให้(แก่นางเป็นค่าตอบแทน) โดยชอบธรรม และจงยำเกรงอัลลอฮ์เถิด และพึงรู้ด้วยว่า แท้จริงอัลลอฮ์นั้น ทรงเห็นในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ
234 وَالَّذِينَ يُتَوَفَّوْنَ مِنكُمْ وَيَذَرُونَ أَزْوَاجًا يَتَرَبَّصْنَ بِأَنفُسِهِنَّ أَرْبَعَةَ أَشْهُرٍ وَعَشْرًا ۖ فَإِذَا بَلَغْنَ أَجَلَهُنَّ فَلَا جُنَاحَ عَلَيْكُمْ فِيمَا فَعَلْنَ فِي أَنفُسِهِنَّ بِالْمَعْرُوفِ ۗ وَاللَّهُ بِمَا تَعْمَلُونَ خَبِيرٌ
และบรรดาผู้ที่ถึงแก่ชีวิตลงในหมู่พวกเจ้า และทิ้งคู่ครองไว้นั้น พวกนางจะต้องรอคอยตัวของพวกนางเอง สี่เดือนกับสิบวัน ครั้นเมื่อพวกนางครบกำหนดเวลาของพวกนางแล้ว ก็ไม่มีบาปใด ๆ แก่พวกเจ้า ในสิ่งที่พวกนางได้กระทำไปในส่วนตัวของพวกนางโดยชอบธรรม และอัลลอฮ์นั้นทรงรอบรู้อย่างละเอียด ในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำนั้น
คำแปล — อัล-บะกอเราะห์ 232 ซูเราะฮฺ อัล-บะกอเราะห์ อายะฮฺ 232 - อ่าน, ฟัง, คำแปล, ภาษาไทย : และเมื่อพวกเจ้าหย่าบรรดาหญิง แล้วนางเหล่านั้นได้ถึงกำหนดเวลาของพวกนางแล้วก็จงอย่าขัดขวางพวกนาง ในการที่พวกนางจะแต่งกับบรรดาคู่ครองของพวกนาง เมื่อพวกเขาต่างพอใจกันระหว่างพวกเขาโดยชอบธรรม นั่นแหละคือ สิ่งที่จะถูกนำมาแนะนำตักเตือนแก่ผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และวันปรโลก นั่นแหละคือสิ่งที่บริสุทธิ์กว่า และสะอาดกว่า สำหรับพวกเจ้าและอัลลอฮ์นั้นทรงรู้…
ซูเราะฮฺ อายะฮฺ 232/286 — ซูเราะฮฺ อัล-บะกอเราะห์ البقرة (Medinan). อ่าน ฟัง คำแปล (ภาษาไทย). ฟัง: ซูเราะฮฺ อัล-บะกอเราะห์ ฟัง, ซูเราะฮฺ อัล-บะกอเราะห์ คำแปล, ซูเราะฮฺ อัล-บะกอเราะห์ mp3, ซูเราะฮฺ อัล-บะกอเราะห์ pdf. อายะฮฺ 230–234. ความหมายภาษาไทย: Melayu.