إِنَّ الَّذِينَ آمَنُوا وَهَاجَرُوا وَجَاهَدُوا بِأَمْوَالِهِمْ وَأَنفُسِهِمْ فِي سَبِيلِ اللَّهِ وَالَّذِينَ آوَوا وَّنَصَرُوا أُولَٰئِكَ بَعْضُهُمْ أَوْلِيَاءُ بَعْضٍ ۚ وَالَّذِينَ آمَنُوا وَلَمْ يُهَاجِرُوا مَا لَكُم مِّن وَلَايَتِهِم مِّن شَيْءٍ حَتَّىٰ يُهَاجِرُوا ۚ وَإِنِ اسْتَنصَرُوكُمْ فِي الدِّينِ فَعَلَيْكُمُ النَّصْرُ إِلَّا عَلَىٰ قَوْمٍ بَيْنَكُمْ وَبَيْنَهُم مِّيثَاقٌ ۗ وَاللَّهُ بِمَا تَعْمَلُونَ بَصِيرٌ ٧٢
🔤 Transliteration
Innal lazeena aamanoo wa haajaroo wa jaahadoo bi amwaalihim wa anfusihim fee sabeelil laahi wallazeena aawaw wa nasarooo ulaaa`ika ba`duhum awliyaaa`u ba`d; wallazeena aamanoo wa lam yuhaajiroo maa lakum minw walaayatihim min shai`in hatta yuhaajiroo; wa inistan sarookum fid deeni fa`alaiku munnasru illaa `alaa qawmim bainakum wa bainahum meesaaq; wallaahu bimaa ta`maloona Baseer
📖 คำแปล (ความหมายภาษาไทย)
📖 ความหมายภาษาไทย
“แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธา และอพยพและต่อสู้ทั้งด้วยทรัพย์สมบัติของพวกเขา และชีวิตของพวกเขาในทางของอัลลอฮฺ และบรรดา ผู้ที่ให้พักอาศัย และช่วยเหลือนั้น ชนเหล่านี้แหละคือบางส่วนของพวกเขาย่อมเป็นผู้ช่วยเหลืออีกบางส่วน และบรรดาผู้ที่ศรัทธา และมิได้อพยพนั้นก็ไม่เป็นหน้าที่แก่พวกเจ้าแต่อย่างใดในการช่วยเลือพวกเขา จนกว่าพวกเขาจะอพยพ และถ้าหากเขาขอให้พวกเจ้าช่วยเหลือในเรื่องศาสนา ก็จำเป็นแก่พวกเจ้าซึ่งการช่วยเหลือนั้น นอกจากในการต่อต้าน พวกที่ระหว่างพวกเจ้ากับพวกเขามีสัญญากันอยู่ และอัลลอฮฺนั้นทรงเห็นในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำกัน”
🌐 Additional reference in Melayu
คำอธิบายความหมายของคำศัพท์สำคัญในโองการ: ฮาญะร็ู (هَاجَرُوا ) หมายถึง การอพยพออกจากดินแดนแห่งการปฏิเสธศรัทธาไปสู่ดินแดนแห่งอิสลาม หรือสถานที่ที่สามารถประกอบศาสนกิจได้อย่างปลอดภัยอาว็ว (آوَوْا ) หมายถึง การให้ที่พักพิงและที่อยู่อาศัยนัศ็อร็ู (نَصَرُوا ) หมายถึง การช่วยเหลือและสนับสนุนมะษาก (مِيثَاق ) หมายถึง สนธิสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างกันการตีความโองการ: โองการนี้กล่าวถึงความสัมพันธ์และพันธะระหว่างพี่น้องผู้ศรัทธา โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก:
กลุ่มแรก: บรรดาผู้ศรัทธาที่ได้อพยพออกจากบ้านเกิดเมืองนอนของตนเพื่ออพยพไปยังดินแดนที่สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างเสรี และได้ต่อสู้ดิ้นรนในหนทางของอัลลอฮ์ด้วยทรัพย์สินและชีวิตของพวกเขา และอีกกลุ่มหนึ่งคือบรรดาผู้ที่ให้ที่พักพิงแก่ผู้้อพยพเหล่านั้น และช่วยเหลือพวกเขาทั้งในด้านทรัพย์สินและการปกป้องจากศัตรู กลุ่มทั้งสองนี้มีความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้อง เป็นผู้คุ้มครองซึ่งกันและกัน มีสิทธิและหน้าที่ต่อกันในด้านการช่วยเหลือ การสนับสนุน และการรับมรดก
กลุ่มที่สอง: บรรดาผู้ที่ศรัทธาแต่มิได้อพยพออกจากดินแดนแห่งการปฏิเสธศรัทธา ยังคงอาศัยอยู่ท่ามกลางผู้ปฏิเสธศรัทธา กลุ่มนี้ยังไม่มีความสัมพันธ์ในฐานะผู้คุ้มครองกันกับกลุ่มแรก จนกว่าพวกเขาจะได้อพยพออกมา อย่างไรก็ตาม หากพวกเขาถูกกดขี่ข่มเหงจากผู้ปฏิเสธศรัทธาในเรื่องศาสนา และได้ร้องขอความช่วยเหลือจากบรรดาผู้ศรัทธา ก็เป็นหน้าที่ที่ต้องให้ความช่วยเหลือพวกเขา เว้นแต่การช่วยเหลือนั้นจะเป็นการละเมิดต่อกลุ่มชนที่มีสนธิสัญญาระหว่างเรากับพวกเขา ซึ่งในกรณีนี้ต้องรักษาสนธิสัญญาไว้ก่อน
และอัลลอฮ์ทรงรอบรู้ในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำทั้งปวง ไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นจากพระองค์ และพระองค์จะทรงตอบแทนทุกคนตามเจตนารมณ์และการงานของเขา
บทเรียนและข้อคิดที่ได้รับจากโองการ: ความสำคัญของการเสียสละเพื่อศาสนา: การอพยพและการต่อสู้ดิ้นรนด้วยทรัพย์สินและชีวิตในหนทางของอัลลอฮ์ คือการเสียสละอันสูงสุดที่แสดงถึงความจริงใจของการศรัทธา และเป็นหนทางที่นำไปสู่ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างพี่น้องผู้ศรัทธาความสามัคคีและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน: โองการนี้สอนให้เรารู้จักคุณค่าของการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคมมุสลิม ทั้งการให้ที่พักพิง การแบ่งปันทรัพย์สิน และการปกป้องซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นแบบอย่างอันงดงามของความภักดีและความเอื้ออาทรการรักษาสัญญาและพันธสัญญา: แม้ในยามที่ต้องช่วยเหลือพี่น้องผู้ถูกกดขี่ ก็ยังต้องคำนึงถึงพันธสัญญาที่มีต่อผู้อื่น ซึ่งสอนให้เรารู้จักความสมดุลระหว่างหน้าที่ต่อพี่น้องร่วมศรัทธากับการรักษาคำมั่นสัญญา อันเป็นคุณธรรมที่อิสลามให้ความสำคัญอย่างยิ่งความยุติธรรมและความรอบรู้ของอัลลอฮ์: การที่อัลลอฮ์ทรงเห็นทุกสิ่งที่เรากระทำ เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกให้เราระมัดระวังการงานของเรา และมุ่งมั่นทำความดีด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะพระองค์จะทรงตอบแทนอย่างยุติธรรมตามการงานของแต่ละคนการสร้างสังคมเข้มแข็ง: โองการนี้วางรากฐานของการสร้างสังคมมุสลิมที่เข้มแข็ง ด้วยการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลบนพื้นฐานของศรัทธาและการเสียสละ มิใช่เพียงสายเลือดหรือผลประโยชน์ ซึ่งเป็นแนวทางที่นำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของสังคมอย่างแท้จริง
إِنَّ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَهَاجَرُواْ وَجَٰهَدُواْ بِأَمۡوَٰلِهِمۡ وَأَنفُسِهِمۡ فِي سَبِيلِ ٱللَّهِ وَٱلَّذِينَ ءَاوَواْ وَّنَصَرُوٓاْ أُوْلَٰٓئِكَ بَعۡضُهُمۡ أَوۡلِيَآءُ بَعۡضٍۚ وَٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَلَمۡ يُهَاجِرُواْ مَا لَكُم مِّن وَلَٰيَتِهِم مِّن شَيۡءٍ حَتَّىٰ يُهَاجِرُواْۚ وَإِنِ ٱسۡتَنصَرُوكُمۡ فِي ٱلدِّينِ فَعَلَيۡكُمُ ٱلنَّصۡرُ إِلَّا عَلَىٰ قَوۡمِۭ بَيۡنَكُمۡ وَبَيۡنَهُم مِّيثَٰقٌۗ وَٱللَّهُ بِمَا تَعۡمَلُونَ بَصِيرٌ ٧٢
“แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธา และอพยพและต่อสู้ทั้งด้วยทรัพย์สมบัติของพวกเขา และชีวิตของพวกเขาในทางของอัลลอฮฺ และบรรดา ผู้ที่ให้พักอาศัย และช่วยเหลือนั้น ชนเหล่านี้แหละคือบางส่วนของพวกเขาย่อมเป็นผู้ช่วยเหลืออีกบางส่วน และบรรดาผู้ที่ศรัทธา และมิได้อพยพนั้นก็ไม่เป็นหน้าที่แก่พวกเจ้าแต่อย่างใดในการช่วยเลือพวกเขา จนกว่าพวกเขาจะอพยพ และถ้าหากเขาขอให้พวกเจ้าช่วยเหลือในเรื่องศาสนา ก็จำเป็นแก่พวกเจ้าซึ่งการช่วยเหลือนั้น นอกจากในการต่อต้าน พวกที่ระหว่างพวกเจ้ากับพวกเขามีสัญญากันอยู่ และอัลลอฮฺนั้นทรงเห็นในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำกัน”
🖼️ Save Image
🎬 Save Video
📜 อายะฮฺ 70-74 — ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล
70 يَا أَيُّهَا النَّبِيُّ قُل لِّمَن فِي أَيْدِيكُم مِّنَ الْأَسْرَىٰ إِن يَعْلَمِ اللَّهُ فِي قُلُوبِكُمْ خَيْرًا يُؤْتِكُمْ خَيْرًا مِّمَّا أُخِذَ مِنكُمْ وَيَغْفِرْ لَكُمْ ۗ وَاللَّهُ غَفُورٌ رَّحِيمٌ
“โอ้ นะบี! จงกล่าวแก่ผู้ที่อยู่ในมือของพวกเจ้า จากบรรดาผู้เป็นเชลยศึกเถิดว่า หากอัลลอฮฺทรงรู้ว่ามีความดี ใดๆ ในหัวใจของพวกท่านแล้ว พระองค์ก็จะทรงประทานให้แก่พวกท่าน ซึ่งสิ่งที่ดียิ่งกว่าสิ่ง ที่ถูกเอามาจากพวกท่านและจอทรงอภัยโทษแก่พวกท่านด้วย และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษเป็นผู้ทรงเอ็นดูเมตตา”
71 وَإِن يُرِيدُوا خِيَانَتَكَ فَقَدْ خَانُوا اللَّهَ مِن قَبْلُ فَأَمْكَنَ مِنْهُمْ ۗ وَاللَّهُ عَلِيمٌ حَكِيمٌ
“และถ้าหากพวกเขาต้องการจะทุจริตต่อเจ้า ก็แท้จริงนั้นพวกเขาได้ทุจริตต่ออัลลอฮฺมาก่อนแล้ว แล้วพระองค์ก็ทรงให้สมารถ ชนะพวกเขาได้ และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ”
72 إِنَّ الَّذِينَ آمَنُوا وَهَاجَرُوا وَجَاهَدُوا بِأَمْوَالِهِمْ وَأَنفُسِهِمْ فِي سَبِيلِ اللَّهِ وَالَّذِينَ آوَوا وَّنَصَرُوا أُولَٰئِكَ بَعْضُهُمْ أَوْلِيَاءُ بَعْضٍ ۚ وَالَّذِينَ آمَنُوا وَلَمْ يُهَاجِرُوا مَا لَكُم مِّن وَلَايَتِهِم مِّن شَيْءٍ حَتَّىٰ يُهَاجِرُوا ۚ وَإِنِ اسْتَنصَرُوكُمْ فِي الدِّينِ فَعَلَيْكُمُ النَّصْرُ إِلَّا عَلَىٰ قَوْمٍ بَيْنَكُمْ وَبَيْنَهُم مِّيثَاقٌ ۗ وَاللَّهُ بِمَا تَعْمَلُونَ بَصِيرٌ
“แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธา และอพยพและต่อสู้ทั้งด้วยทรัพย์สมบัติของพวกเขา และชีวิตของพวกเขาในทางของอัลลอฮฺ และบรรดา ผู้ที่ให้พักอาศัย และช่วยเหลือนั้น ชนเหล่านี้แหละคือบางส่วนของพวกเขาย่อมเป็นผู้ช่วยเหลืออีกบางส่วน และบรรดาผู้ที่ศรัทธา และมิได้อพยพนั้นก็ไม่เป็นหน้าที่แก่พวกเจ้าแต่อย่างใดในการช่วยเลือพวกเขา จนกว่าพวกเขาจะอพยพ และถ้าหากเขาขอให้พวกเจ้าช่วยเหลือในเรื่องศาสนา ก็จำเป็นแก่พวกเจ้าซึ่งการช่วยเหลือนั้น นอกจากในการต่อต้าน พวกที่ระหว่างพวกเจ้ากับพวกเขามีสัญญากันอยู่ และอัลลอฮฺนั้นทรงเห็นในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำกัน”
73 وَالَّذِينَ كَفَرُوا بَعْضُهُمْ أَوْلِيَاءُ بَعْضٍ ۚ إِلَّا تَفْعَلُوهُ تَكُن فِتْنَةٌ فِي الْأَرْضِ وَفَسَادٌ كَبِيرٌ
“และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธานั้น บางส่วนของพวกเขาย่อมเป็นผู้ช่วยเหลืออีกบางส่วน หากพวกเจ้าไม่ปฏิบัติในสิ่งนั้น แล้ว ความวุ้นวายและความเสียหายอันใหญ่หลวง ก็จะเกิดขึ้นในแผ่นดิน
74 وَالَّذِينَ آمَنُوا وَهَاجَرُوا وَجَاهَدُوا فِي سَبِيلِ اللَّهِ وَالَّذِينَ آوَوا وَّنَصَرُوا أُولَٰئِكَ هُمُ الْمُؤْمِنُونَ حَقًّا ۚ لَّهُم مَّغْفِرَةٌ وَرِزْقٌ كَرِيمٌ
“และบรรดาผู้ที่ศรัทธา และอพยพ และต่อสู้ในทางของอัลลอฮฺ และบรรดาผู้ที่ให้ที่พักอาศัย และช่วยเหลือนั้น ชนเหล่านี้แหละพวกเขาคือผู้ศรัทธาโดยแท้จริง ซึ่งพวกเขาจะได้รับการอภัยโทษ และเครื่องยังชีพอันมากมาย ”
คำแปล — อัล-อันฟาล 72 ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล อายะฮฺ 72 - อ่าน, ฟัง, คำแปล, ภาษาไทย : “แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธา และอพยพและต่อสู้ทั้งด้วยทรัพย์สมบัติของพวกเขา และชีวิตของพวกเขาในทางของอัลลอฮฺ และบรรดา ผู้ที่ให้พักอาศัย และช่วยเหลือนั้น ชนเหล่านี้แหละคือบางส่วนของพวกเขาย่อมเป็นผู้ช่วยเหลืออีกบางส่วน และบรรดาผู้ที่ศรัทธา และมิได้อพยพนั้นก็ไม่เป็นหน้าที่แก่พวกเจ้าแต่อย่างใดในการช่วยเลือพวกเขา จนกว่าพวกเขาจะอพยพ…
ซูเราะฮฺ อายะฮฺ 72/75 — ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล الأنفال (Medinan). อ่าน ฟัง คำแปล (ภาษาไทย). ฟัง: ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล ฟัง, ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล คำแปล, ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล mp3, ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล pdf. อายะฮฺ 70–74. ความหมายภาษาไทย: Melayu.