لَّا تَجْعَلُوا دُعَاءَ الرَّسُولِ بَيْنَكُمْ كَدُعَاءِ بَعْضِكُم بَعْضًا ۚ قَدْ يَعْلَمُ اللَّهُ الَّذِينَ يَتَسَلَّلُونَ مِنكُمْ لِوَاذًا ۚ فَلْيَحْذَرِ الَّذِينَ يُخَالِفُونَ عَنْ أَمْرِهِ أَن تُصِيبَهُمْ فِتْنَةٌ أَوْ يُصِيبَهُمْ عَذَابٌ أَلِيمٌ ٦٣
🔤 Transliteration
La taj`aloo du`aaa`ar Rasooli bainakum kadu`aaa`i badikum ba`daa; qad ya`lamul laahul lazeena yatasallaloona minkum liwaazaa; fal yahzaril lazeena yukhaalifoona `an amriheee an tuseebahum fitnatun aw yuseebahum `azaabun aleem
📖 คำแปล (ความหมายภาษาไทย)
📖 ความหมายภาษาไทย
พวกเจ้าอย่าทำให้การร้องเรียกของอัลร่อซูลในหมู่พวกเจ้า เป็นเช่นเดียวกับการร้องเรียกในระหว่างพวกเจ้าด้วยกันเอง แน่นอน อัลลอฮ์ทรงรู้บรรดาผู้ที่แอบหลีกออกไปในหมู่พวกเจ้า ดังนั้นบรรดาผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งของเขา (มุฮัมมัด) จงระวังตัวเถิดว่า เคราะห์กรรมจะเกิดขึ้นแก่พวกเขา หรือว่าการลงโทษอันเจ็บปวดจะเกิดขึ้นแก่พวกเขาเช่นกัน
🌐 Additional reference in Melayu
คำอธิบายความหมายคำศัพท์สำคัญในโองการ دُعَاءَ الرَّسُولِ หมายถึง การเรียกหาท่านเราะสูล หรือการที่ท่านเรียกพวกเราلِوَاذًا หมายถึง การแอบหลบออกไป โดยบางคนใช้บางคนเป็นฉากบัง (แอบหนีทีละคนสองคน)يَتَسَلَّلُونَ หมายถึง การแอบออกไปอย่างลับๆ ทีละคนفِتْنَةٌ หมายถึง ความหายนะ ความวุ่นวาย หรือบททดสอบอันเลวร้ายعَذَابٌ أَلِيمٌ หมายถึง การลงโทษอันเจ็บปวดอย่างยิ่งคำอธิบายโองการ โองการนี้เป็นการสั่งสอนแก่บรรดาผู้ศรัทธาเกี่ยวกับการให้เกียรติและให้ความเคารพแก่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในการเรียกขานและการตอบรับคำเรียกของท่าน
อัลลอฮ์ทรงห้ามมิให้พวกเขาเรียกท่านนบีด้วยชื่อเปล่าๆ เช่น "โอ้ มุฮัมมัด" หรือ "โอ้ อับดุลลอฮ์" เฉกเช่นที่พวกเขาเรียกหากันและกันในหมู่พวกเขาเอง แต่ทรงสั่งให้พวกเขาเรียกท่านด้วยความเคารพและเทิดทูน เช่น "โอ้ท่านเราะสูลของอัลลอฮ์" หรือ "โอ้ท่านนบีของอัลลอฮ์" และเมื่อท่านนบีเรียกพวกเขาให้ทำสิ่งใด พวกเขาต้องรีบตอบรับและปฏิบัติตามด้วยความจริงจัง ไม่ใช่ปฏิบัติเยี่ยงการเรียกขานทั่วไประหว่างคนธรรมดาสามัญ
จากนั้นอัลลอฮ์ทรงเตือนว่า พระองค์ทรงรอบรู้ถึงบรรดาผู้ที่แอบหลบออกไปจากที่ประชุมของท่านนบีอย่างลับๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้บางคนเป็นฉากบังเพื่อหลบเลี่ยงการเห็นของผู้อื่น ซึ่งเป็นการกระทำของพวกกลับกลอก (มุนาฟิกูน) ที่ขาดความจริงใจต่อท่านนบี
ในตอนท้ายของโองการ อัลลอฮ์ทรงข่มขู่บรรดาผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งของท่านนบี ว่าให้พวกเขาระวังตัวเถิดว่า ความหายนะและบททดสอบอันเลวร้ายจะประสบแก่พวกเขาในโลกนี้ หรือการลงโทษอันเจ็บปวดจะรอพวกเขาอยู่ในโลกหน้า
บทเรียนและข้อคิดที่ได้รับจากโองการ การให้เกียรติท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เป็นส่วนหนึ่งของความศรัทธา การเรียกขานท่านด้วยความเคารพและเทิดทูนเป็นการแสดงออกถึงความรักและความนอบน้อมต่อท่าน ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้ศรัทธาของเราเพิ่มพูนขึ้นการตอบรับคำเชิญชวนของท่านนบี ด้วยความจริงจังและรวดเร็ว เป็นเครื่องหมายของความจริงใจในการศรัทธา เพราะการปฏิบัติตามท่านนบีคือการปฏิบัติตามอัลลอฮ์อัลลอฮ์ทรงรอบรู้ทุกสิ่ง แม้แต่การกระทำที่แอบซ่อนเร้น พระองค์ก็ทรงทราบ ดังนั้น ผู้ศรัทธาจึงต้องระมัดระวังตนให้อยู่ในกรอบของศาสนาเสมอ ทั้งในที่เปิดเผยและในที่ลับการฝ่าฝืนคำสั่งของท่านนบี มีผลร้ายทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ดังนั้น เราจึงควรยึดมั่นในแบบอย่างของท่านนบีในทุกเรื่องของชีวิต เพื่อความปลอดภัยทั้งสองโลกความรักต่อท่านนบี ไม่ใช่เพียงการกล่าวอ้างด้วยวาจา แต่ต้องแสดงออกด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งของท่าน และหลีกเลี่ยงสิ่งที่ท่านห้ามไว้ ซึ่งคือหนทางแห่งความสำเร็จในโลกนี้และโลกหน้า
لَّا تَجۡعَلُواْ دُعَآءَ ٱلرَّسُولِ بَيۡنَكُمۡ كَدُعَآءِ بَعۡضِكُم بَعۡضًاۚ قَدۡ يَعۡلَمُ ٱللَّهُ ٱلَّذِينَ يَتَسَلَّلُونَ مِنكُمۡ لِوَاذًاۚ فَلۡيَحۡذَرِ ٱلَّذِينَ يُخَالِفُونَ عَنۡ أَمۡرِهِۦٓ أَن تُصِيبَهُمۡ فِتۡنَةٌ أَوۡ يُصِيبَهُمۡ عَذَابٌ أَلِيمٌ ٦٣
พวกเจ้าอย่าทำให้การร้องเรียกของอัลร่อซูลในหมู่พวกเจ้า เป็นเช่นเดียวกับการร้องเรียกในระหว่างพวกเจ้าด้วยกันเอง แน่นอน อัลลอฮ์ทรงรู้บรรดาผู้ที่แอบหลีกออกไปในหมู่พวกเจ้า ดังนั้นบรรดาผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งของเขา (มุฮัมมัด) จงระวังตัวเถิดว่า เคราะห์กรรมจะเกิดขึ้นแก่พวกเขา หรือว่าการลงโทษอันเจ็บปวดจะเกิดขึ้นแก่พวกเขาเช่นกัน
🖼️ Save Image
🎬 Save Video
📜 อายะฮฺ 61-64 — ซูเราะฮฺ อัน-นูร
61 لَّيْسَ عَلَى الْأَعْمَىٰ حَرَجٌ وَلَا عَلَى الْأَعْرَجِ حَرَجٌ وَلَا عَلَى الْمَرِيضِ حَرَجٌ وَلَا عَلَىٰ أَنفُسِكُمْ أَن تَأْكُلُوا مِن بُيُوتِكُمْ أَوْ بُيُوتِ آبَائِكُمْ أَوْ بُيُوتِ أُمَّهَاتِكُمْ أَوْ بُيُوتِ إِخْوَانِكُمْ أَوْ بُيُوتِ أَخَوَاتِكُمْ أَوْ بُيُوتِ أَعْمَامِكُمْ أَوْ بُيُوتِ عَمَّاتِكُمْ أَوْ بُيُوتِ أَخْوَالِكُمْ أَوْ بُيُوتِ خَالَاتِكُمْ أَوْ مَا مَلَكْتُم مَّفَاتِحَهُ أَوْ صَدِيقِكُمْ ۚ لَيْسَ عَلَيْكُمْ جُنَاحٌ أَن تَأْكُلُوا جَمِيعًا أَوْ أَشْتَاتًا ۚ فَإِذَا دَخَلْتُم بُيُوتًا فَسَلِّمُوا عَلَىٰ أَنفُسِكُمْ تَحِيَّةً مِّنْ عِندِ اللَّهِ مُبَارَكَةً طَيِّبَةً ۚ كَذَٰلِكَ يُبَيِّنُ اللَّهُ لَكُمُ الْآيَاتِ لَعَلَّكُمْ تَعْقِلُونَ
ไม่เป็นการลำบากใจอันใด แก่คนตาบอดและไม่เป็นการลำบากใจอันใดแก่คนพิการ และไม่เป็นการลำบากใจอันใดแก่คนป่วย และไม่เช่นกันแก่ตัวของพวกเจ้า ที่จะรับประทานที่บ้านของพวกเจ้า หรือบ้านของพ่อ ๆ ของพวกเจ้า หรือบ้านของแม่ ๆ ของพวกเจ้าหรือบ้านของพี่ชายน้องชายของพวกเจ้า หรือบ้านของพี่สาวน้องสาวของพวกเจ้าหรือบ้านของลุง อา ของพวกเจ้า หรือบ้านของป้า อาสาวของพวกเจ้า หรือบ้านของลุง น้า ของพวกเจ้า หรือบ้านของป้า น้าสาวของพวกเจ้า หรือบ้านที่พวกเจ้าครอบครองกุญแจของมัน หรือบ้านของเพื่อน ๆ ของพวกเจ้าไม่เป็นการลำบากใจอันใดแก่พวกเจ้า ที่จะร่วมรับประทานกันเป็นหมู่หรือแยกกัน เมื่อพวกเจ้าเข้าไปในบ้านก็จงกล่าวสลามให้แก่ตัวของพวกเจ้าเอง เป็นการคำนับอันจำเริญยิ่งจากอัลลอฮ์ เช่นนั้นแหละ อัลลอฮ์ทรงชี้แจงโองการทั้งหลายให้เป็นที่ชัดแจ้งแก่พวกเจ้าเพื่อพวกเจ้าจะได้ใช้สติปัญญาพิจารณา
62 إِنَّمَا الْمُؤْمِنُونَ الَّذِينَ آمَنُوا بِاللَّهِ وَرَسُولِهِ وَإِذَا كَانُوا مَعَهُ عَلَىٰ أَمْرٍ جَامِعٍ لَّمْ يَذْهَبُوا حَتَّىٰ يَسْتَأْذِنُوهُ ۚ إِنَّ الَّذِينَ يَسْتَأْذِنُونَكَ أُولَٰئِكَ الَّذِينَ يُؤْمِنُونَ بِاللَّهِ وَرَسُولِهِ ۚ فَإِذَا اسْتَأْذَنُوكَ لِبَعْضِ شَأْنِهِمْ فَأْذَن لِّمَن شِئْتَ مِنْهُمْ وَاسْتَغْفِرْ لَهُمُ اللَّهَ ۚ إِنَّ اللَّهَ غَفُورٌ رَّحِيمٌ
แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธา (ที่แท้จริง) นั้น คือบรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และร่อซูลของพระองค์และเมื่อพวกเขามารวมกันอยู่กับเขา (มุฮัมมัด) ในกิจการที่สำคัญ พวกเขาจะไม่ผละออกไป จนกว่าพวกเขาจะขออนุญาตจากเขา(มุฮัมมัด) เสียก่อน แท้จริงบรรดาผู้ที่ขออนุญาตต่อเจ้านั้น เขาเหล่านั้นคือบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และร่อซูลของพระองค์ ดังนั้น เมื่อพวกเขาขออนุญาตต่อเจ้าเพื่อกิจการบางอย่างของพวกเขาแล้ว ก็จงอนุญาตแก่ผู้ที่เจ้าพึงประสงค์ในหมู่พวกเขาเถิด และจงขออภัยต่ออัลลอฮ์ให้แก่พวกเขา แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงเป็นผู้อภัย ผู้เมตตาเสมอ
63 لَّا تَجْعَلُوا دُعَاءَ الرَّسُولِ بَيْنَكُمْ كَدُعَاءِ بَعْضِكُم بَعْضًا ۚ قَدْ يَعْلَمُ اللَّهُ الَّذِينَ يَتَسَلَّلُونَ مِنكُمْ لِوَاذًا ۚ فَلْيَحْذَرِ الَّذِينَ يُخَالِفُونَ عَنْ أَمْرِهِ أَن تُصِيبَهُمْ فِتْنَةٌ أَوْ يُصِيبَهُمْ عَذَابٌ أَلِيمٌ
พวกเจ้าอย่าทำให้การร้องเรียกของอัลร่อซูลในหมู่พวกเจ้า เป็นเช่นเดียวกับการร้องเรียกในระหว่างพวกเจ้าด้วยกันเอง แน่นอน อัลลอฮ์ทรงรู้บรรดาผู้ที่แอบหลีกออกไปในหมู่พวกเจ้า ดังนั้นบรรดาผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งของเขา (มุฮัมมัด) จงระวังตัวเถิดว่า เคราะห์กรรมจะเกิดขึ้นแก่พวกเขา หรือว่าการลงโทษอันเจ็บปวดจะเกิดขึ้นแก่พวกเขาเช่นกัน
64 أَلَا إِنَّ لِلَّهِ مَا فِي السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضِ ۖ قَدْ يَعْلَمُ مَا أَنتُمْ عَلَيْهِ وَيَوْمَ يُرْجَعُونَ إِلَيْهِ فَيُنَبِّئُهُم بِمَا عَمِلُوا ۗ وَاللَّهُ بِكُلِّ شَيْءٍ عَلِيمٌ
พึงรู้เถิดว่า แท้จริงสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์ แน่นอน อัลลอฮ์ทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเจ้ามีสภาพเป็นอยู่ และวันที่พวกเขาจะถูกนำกลับไปสู่พระองค์ ดังนั้น พระองค์จะทรงแจ้งแก่พวกเขาในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้ และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ทุกสิ่ง
คำแปล — อัน-นูร 63 ซูเราะฮฺ อัน-นูร อายะฮฺ 63 - อ่าน, ฟัง, คำแปล, ภาษาไทย : พวกเจ้าอย่าทำให้การร้องเรียกของอัลร่อซูลในหมู่พวกเจ้า เป็นเช่นเดียวกับการร้องเรียกในระหว่างพวกเจ้าด้วยกันเอง แน่นอน อัลลอฮ์ทรงรู้บรรดาผู้ที่แอบหลีกออกไปในหมู่พวกเจ้า ดังนั้นบรรดาผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งของเขา (มุฮัมมัด) จงระวังตัวเถิดว่า เคราะห์กรรมจะเกิดขึ้นแก่พวกเขา หรือว่าการลงโทษอันเจ็บปวดจะเกิดขึ้นแก่พวกเขาเช่นกัน
ซูเราะฮฺ อายะฮฺ 63/64 — ซูเราะฮฺ อัน-นูร النور (Medinan). อ่าน ฟัง คำแปล (ภาษาไทย). ฟัง: ซูเราะฮฺ อัน-นูร ฟัง, ซูเราะฮฺ อัน-นูร คำแปล, ซูเราะฮฺ อัน-นูร mp3, ซูเราะฮฺ อัน-นูร pdf. อายะฮฺ 61–64. ความหมายภาษาไทย: Melayu.