อัต-เตาบะห์ · 12/129
คำแปล การถ่ายอักษร — ซูเราะฮฺ อัต-เตาบะห์
وَإِن نَّكَثُوا أَيْمَانَهُم مِّن بَعْدِ عَهْدِهِمْ وَطَعَنُوا فِي دِينِكُمْ فَقَاتِلُوا أَئِمَّةَ الْكُفْرِ ۙ إِنَّهُمْ لَا أَيْمَانَ لَهُمْ لَعَلَّهُمْ يَنتَهُونَ ۝١٢
Wa in nakasooo aimaanahum mim ba`di `ahdihim wa ta`anoo fee deenikum faqaatilooo a`immatal kufri innahum laaa aimaana lahum la`allahum yantahoon
📖 ความหมายภาษาไทย
“และถ้าหากพวกเขาทำลายคำมั่นสัญญาของพวกเขา หลังจากที่พวกเขาได้ทำสัญญา ไว้ และใส่ร้ายในศาสนา ของพวกเจ้าแล้วไซร้ ก็จงต่อสู้บรรดาผู้นำแห่งการปฏิเสธศรัทธา เถิด แท้จริงพวกเขานั้นหาได้มีคำมั่นสัญญาใด ๆ แก่พวกเขาไม่เพื่อว่าพวกเขาจะหยุดยั้ง”

🎧 ฟัง
📜

คำแปล — Tafsir

### ความหมายของคำสำคัญในโองการ

  • نَكَثُوا (นะกะษู): ทำลาย ฉีก หรือเพิกถอน
  • أَيْمَان (อัยมาน): พหูพจน์ของ يَمِين หมายถึง คำสัญญา คำสาบาน หรือพันธสัญญา
  • طَعَنُوا (เฏาะอะนู): กล่าวโจมตี ใส่ร้าย ดูหมิ่น เหยียดหยาม
  • أَئِمَّةَ الْكُفْرِ (อะอิมมะตัลกุฟริ): บรรดาผู้นำและหัวหน้าของผู้ปฏิเสธศรัทธา
  • لَا أَيْمَانَ لَهُمْ (ลาอัยมานะละฮุม): ไม่มีคำมั่นสัญญาหรือพันธะใด ๆ ที่จะต้องให้เกียรติแก่พวกเขา

### การตีความโองการ

อัลลอฮ์ทรงสั่งสอนบรรดาผู้ศรัทธาในโองการนี้ว่า หากกลุ่มผู้ตั้งภาคี (มุชริกีน) ซึ่งได้ทำสัญญาไว้กับพวกเจ้า กลับทำลายคำมั่นสัญญาของพวกเขาหลังจากที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว และพวกเขายังได้กล่าวโจมตี ดูหมิ่น และเหยียดหยามศาสนาของพวกเจ้า (อิสลาม) ด้วยการกล่าวร้ายต่ออัลกุรอานและศาสนทูตของพระองค์ ดังนั้น พวกเจ้าก็จงต่อสู้กับบรรดาผู้นำและหัวหน้าของความปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นเถิด เพราะแท้จริงพวกเขาคือต้นเหตุของความชั่วร้ายและการทรยศ พวกเขาไม่มีพันธะแห่งสัญญาหรือความคุ้มครองใด ๆ ที่จะต้องเคารพ การต่อสู้นี้มีจุดประสงค์เพื่อยับยั้งพวกเขาให้หยุดยั้งจากการปฏิเสธศรัทธา การทำลายสัญญา และการดูหมิ่นศาสนา

โองการนี้ชี้ให้เห็นว่า การรักษาสัญญาเป็นสิ่งสำคัญ แต่เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายเริ่มทำลายสัญญาและเป็นปฏิปักษ์ต่อศาสนา การตอบโต้ด้วยความเข้มแข็งก็เป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อปกป้องศาสนาและสังคมจากความเสียหาย และเพื่อให้พวกเขารู้สึกตัวและกลับตัวจากการกระทำที่ผิดของตน


### บทเรียนและคุณค่าที่ได้รับจากโองการ

  1. ความสำคัญของการรักษาสัญญา: อิสลามให้ความสำคัญกับการรักษาสัญญาอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องยอมรับการถูกทรยศโดยไม่มีขอบเขต เมื่ออีกฝ่ายทำลายสัญญา ฝ่ายที่รักษาสัญญาก็มีสิทธิ์ที่จะตอบโต้ได้อย่างเหมาะสม
  2. การปกป้องศาสนาเป็นหน้าที่: การปกป้องอิสลามจากการถูกโจมตีหรือดูหมิ่นเป็นหน้าที่ของมุสลิมทุกคน และการต่อสู้กับผู้นำแห่งความชั่วร้ายที่มุ่งทำลายศาสนานั้นเป็นสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงอนุญาตและทรงสั่งใช้
  3. ความเมตตาและเป้าหมายของการต่อสู้: แม้ในยามสงคราม เป้าหมายของมุสลิมไม่ใช่การแก้แค้นหรือทำลายล้าง แต่เป็นการยับยั้งความชั่วร้าย และเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามได้กลับตัวกลับใจ ดังที่โองการกล่าวท้ายว่า "เพื่อพวกเขาจะได้หยุดยั้ง" ซึ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งความเมตตาของอิสลาม
  4. ความจริงจังของการทรยศ: การทำลายสัญญาและการดูหมิ่นศาสนาเป็นความผิดที่ร้ายแรง และอัลลอฮ์ทรงเตือนให้ระวังบุคคลประเภทนี้ เพราะพวกเขาไม่มีพันธะใด ๆ ที่จะให้เกียรติ ดังนั้น จึงต้องระมัดระวังในการทำข้อตกลงกับพวกเขา
  5. ความเป็นเอกภาพของประชาคมมุสลิม: โองการนี้สอนให้มุสลิมรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวในการเผชิญหน้ากับศัตรูของศาสนา และไม่แตกแยกกันเมื่อต้องเผชิญกับภัยคุกคาม


📜 อายะฮฺ 10-14 — ซูเราะฮฺ อัต-เตาบะห์

10لَا يَرْقُبُونَ فِي مُؤْمِنٍ إِلًّا وَلَا ذِمَّةً ۚ وَأُولَٰئِكَ هُمُ الْمُعْتَدُونَ
“พวกเขาจะไม่คำนึงถึงเครือญาติและพันธะสัญญาในผู้ศรัทธาคนหนึ่งคนใด และชนเหล่านี้แหละพวกเขาคือผู้ละเมิด”
11فَإِن تَابُوا وَأَقَامُوا الصَّلَاةَ وَآتَوُا الزَّكَاةَ فَإِخْوَانُكُمْ فِي الدِّينِ ۗ وَنُفَصِّلُ الْآيَاتِ لِقَوْمٍ يَعْلَمُونَ
“แล้วหากพวกเขาสำนึกผิดกลับตัว และดำรงไว้ซึ่งการละหมาด และชำระซะกาตแล้วไซร้ก็เป็นพี่น้องของพวกเจ้าในศาสนา และเราจะแจกแจงบรรดาโองการไว้แก่กลุ่มชนที่รู้ ”
12وَإِن نَّكَثُوا أَيْمَانَهُم مِّن بَعْدِ عَهْدِهِمْ وَطَعَنُوا فِي دِينِكُمْ فَقَاتِلُوا أَئِمَّةَ الْكُفْرِ ۙ إِنَّهُمْ لَا أَيْمَانَ لَهُمْ لَعَلَّهُمْ يَنتَهُونَ
“และถ้าหากพวกเขาทำลายคำมั่นสัญญาของพวกเขา หลังจากที่พวกเขาได้ทำสัญญา ไว้ และใส่ร้ายในศาสนา ของพวกเจ้าแล้วไซร้ ก็จงต่อสู้บรรดาผู้นำแห่งการปฏิเสธศรัทธา เถิด แท้จริงพวกเขานั้นหาได้มีคำมั่นสัญญาใด ๆ แก่พวกเขาไม่เพื่อว่าพวกเขาจะหยุดยั้ง”
13أَلَا تُقَاتِلُونَ قَوْمًا نَّكَثُوا أَيْمَانَهُمْ وَهَمُّوا بِإِخْرَاجِ الرَّسُولِ وَهُم بَدَءُوكُمْ أَوَّلَ مَرَّةٍ ۚ أَتَخْشَوْنَهُمْ ۚ فَاللَّهُ أَحَقُّ أَن تَخْشَوْهُ إِن كُنتُم مُّؤْمِنِينَ
“พวกเจ้าจะไม่ต่อสู้กระนั้นหรือ ซึ่งกลุ่มชนที่ทำลายคำมั่นสัญญาของพวกเขา และมุ่งขับไล่ร่อซูลให้ออกไป ทั้ง ๆ ที่พวกเขาได้เริ่มปฏิบัติแก่พวกเจ้าก่อนเป็นครั้งแรก พวกเจ้ากลัวพวกเขากระนั้นหรือ ? อัลลอฮ์ต่างหากเล่า คือผู้ที่สมควรแก่การที่พวกเจ้าจะกลัวหากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธา
14قَاتِلُوهُمْ يُعَذِّبْهُمُ اللَّهُ بِأَيْدِيكُمْ وَيُخْزِهِمْ وَيَنصُرْكُمْ عَلَيْهِمْ وَيَشْفِ صُدُورَ قَوْمٍ مُّؤْمِنِينَ
“พวกเจ้าจงต่อสู้พวกเขาเถิด อัลลอฮ์ จะได้ทรงลงโทษพวกเขาด้วยมือของพวกเจ้า และจะได้ทรงหยามพวกเขา และจะได้ทรงช่วยเหลือพวกเจ้าให้ได้รับชัยชนะเหนือพวกเขา และจะได้ทรงบำบัด หัวอกของกลุ่มชนที่ศรัทธาทั้งหลาย”
อัต-เตาบะห์ดัชนีอัลกุรอาน
129อายะฮฺ
MedinanRevelation
12อายะฮฺ

คำแปล — อัต-เตาบะห์ 12

ซูเราะฮฺ อัต-เตาบะห์ อายะฮฺ 12 - อ่าน, ฟัง, คำแปล, ภาษาไทย : “และถ้าหากพวกเขาทำลายคำมั่นสัญญาของพวกเขา หลังจากที่พวกเขาได้ทำสัญญา ไว้ และใส่ร้ายในศาสนา ของพวกเจ้าแล้วไซร้ ก็จงต่อสู้บรรดาผู้นำแห่งการปฏิเสธศรัทธา เถิด แท้จริงพวกเขานั้นหาได้มีคำมั่นสัญญาใด ๆ แก่พวกเขาไม่เพื่อว่าพวกเขาจะหยุดยั้ง”

ซูเราะฮฺ อายะฮฺ 12/129 — ซูเราะฮฺ อัต-เตาบะห์ التوبة (Medinan). อ่าน ฟัง คำแปล (ภาษาไทย). ฟัง: ซูเราะฮฺ อัต-เตาบะห์ ฟัง, ซูเราะฮฺ อัต-เตาบะห์ คำแปล, ซูเราะฮฺ อัต-เตาบะห์ mp3, ซูเราะฮฺ อัต-เตาบะห์ pdf. อายะฮฺ 10–14. ความหมายภาษาไทย: Melayu.




อัลกุรอาน


Monday, September 7, 2026

อย่าลืมเราในดุอาอ์อันดีของท่าน