อัล-อันฟาล · 39/75
คำแปล การถ่ายอักษร — ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล
وَقَاتِلُوهُمْ حَتَّىٰ لَا تَكُونَ فِتْنَةٌ وَيَكُونَ الدِّينُ كُلُّهُ لِلَّهِ ۚ فَإِنِ انتَهَوْا فَإِنَّ اللَّهَ بِمَا يَعْمَلُونَ بَصِيرٌ ۝٣٩
Wa qaatiloohum hattaa laa takoona fitnatunw wa yakoonaddeenu kulluhoo lillaah; fainin tahaw fa innallaaha bimaa ya`maloona Baseer
📖 ความหมายภาษาไทย
“และพวกเจ้าจงสู้รบกับพวกเขา จนกว่าจะไม่มีการปฏิเสธศรัทธาใด ๆ ปรากฏขึ้น และการอิบาดะฮ์ ทุกชนิดนั้นจะต้องเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺเท่านั้น ถ้าหากพวกเขาหยุดยั้ง แน่นอนอัลลอฮฺนั้นทรงเห็นในสิ่งที่พวกเขากระทำ”

🎧 ฟัง
📜

คำแปล — Tafsir

ความหมายของคำสำคัญในโองการ:

  • ฟิตนะฮ์ (فتنة): หมายถึง การตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ (ชิริก) และการขัดขวางผู้คนจากหนทางของอัลลอฮ์ รวมถึงการกดขี่ข่มเหงผู้ศรัทธาให้ออกจากศาสนา
  • อัดดีน กุลลุฮู ลิลลาฮ์ (الدين كله لله): หมายถึง การเคารพภักดี การเชื่อฟัง และการนอบน้อมทั้งมวลต้องเป็นของอัลลอฮ์เพียงผู้เดียว โดยปราศจากภาคีใด ๆ

การตีความโองการ:

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงต่อสู้กับบรรดาผู้ตั้งภาคีต่อไป จนกว่าจะไม่มีฟิตนะฮ์ กล่าวคือ ไม่มีการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ และไม่มีการขัดขวางผู้คนจากหนทางของพระองค์อีกต่อไป และจนกว่าการเคารพภักดีและการเชื่อฟังทั้งหมดจะบริสุทธิ์เพื่ออัลลอฮ์เพียงผู้เดียว โดยไม่มีภาคีใด ๆ ร่วมกับพระองค์

หากพวกเขาหยุดยั้งจากการตั้งภาคีและการขัดขวาง และหันเข้าสู่ศาสนาที่เที่ยงธรรมพร้อมกับพวกเจ้า ก็จงปล่อยพวกเขาไว้ และอย่าได้รุกรานพวกเขาต่อไป เพราะแท้จริงอัลลอฮ์ทรงเห็นสิ่งที่พวกเขากระทำอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นจากพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาตามการงานของพวกเขา

บทเรียนและคุณค่าที่ได้รับจากโองการ:

  1. เป้าหมายสูงสุดของการต่อสู้ในอิสลาม คือการปกป้องเสรีภาพในการนับถือศาสนา และการขจัดความอยุติธรรมและการกดขี่ทางความเชื่อ มิใช่เพื่อแสวงหาอำนาจหรือทรัพย์สินทางโลก
  2. อิสลามให้ความสำคัญกับสันติภาพ เมื่อฝ่ายตรงข้ามยุติการเป็นศัตรูและหันมาสู่ความจริง มุสลิมต้องยุติการต่อสู้ทันที ไม่มีความอาฆาตมาดร้าย
  3. การงานทุกอย่างอยู่ภายใต้การดูแลของอัลลอฮ์ พระองค์ทรงรอบรู้ทุกสิ่งที่มนุษย์กระทำ ทั้งที่เปิดเผยและซ่อนเร้น และจะทรงตอบแทนอย่างยุติธรรมในวันปรโลก
  4. ความบริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮ์ เป็นหัวใจสำคัญของศาสนา การงานใดก็ตามที่ปราศจากความบริสุทธิ์ใจย่อมไม่เป็นที่ยอมรับ
  5. อิสลามส่งเสริมความยุติธรรม แม้ในยามสงครามก็มีขอบเขตและเงื่อนไขที่ชัดเจน ไม่ใช่การทำลายล้างหรือบีบบังคับผู้คนให้เปลี่ยนศาสนา แต่เป็นการปกป้องสิทธิในการนับถือพระเจ้าองค์เดียวอย่างเสรี


📜 อายะฮฺ 37-41 — ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล

37لِيَمِيزَ اللَّهُ الْخَبِيثَ مِنَ الطَّيِّبِ وَيَجْعَلَ الْخَبِيثَ بَعْضَهُ عَلَىٰ بَعْضٍ فَيَرْكُمَهُ جَمِيعًا فَيَجْعَلَهُ فِي جَهَنَّمَ ۚ أُولَٰئِكَ هُمُ الْخَاسِرُونَ
“เพื่อที่อัลลอฮฺจะทรงแยกคนเลว ออกจากคนดี และจะทรงให้คนเลว ซึ่งบางส่วนของพวกเขาอยู่บน อีกบางส่วน โดยทรงสุมพวกเขาทั้งหมดไว้เป็นกอง แล้วพระองค์จะทรงให้พวกเขาอยู่ในนรกญะฮันนัม ชนเหล่านี้แหละพวกเขาคือผู้ที่ขาดทุน”
38قُل لِّلَّذِينَ كَفَرُوا إِن يَنتَهُوا يُغْفَرْ لَهُم مَّا قَدْ سَلَفَ وَإِن يَعُودُوا فَقَدْ مَضَتْ سُنَّتُ الْأَوَّلِينَ
“จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด) แก่บรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาว่า หากพวกเขาหยุดยั้ง สิ่งที่แล้วมาก็จะถูกอภัยให้แก่พวกเขาและหากพวกเขากลับ(ต่อต้าน)อีก แท้จริงนั้นแนวทางของคนก่อน ๆ นั้นได้ผ่านมา แล้ว”
39وَقَاتِلُوهُمْ حَتَّىٰ لَا تَكُونَ فِتْنَةٌ وَيَكُونَ الدِّينُ كُلُّهُ لِلَّهِ ۚ فَإِنِ انتَهَوْا فَإِنَّ اللَّهَ بِمَا يَعْمَلُونَ بَصِيرٌ
“และพวกเจ้าจงสู้รบกับพวกเขา จนกว่าจะไม่มีการปฏิเสธศรัทธาใด ๆ ปรากฏขึ้น และการอิบาดะฮ์ ทุกชนิดนั้นจะต้องเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺเท่านั้น ถ้าหากพวกเขาหยุดยั้ง แน่นอนอัลลอฮฺนั้นทรงเห็นในสิ่งที่พวกเขากระทำ”
40وَإِن تَوَلَّوْا فَاعْلَمُوا أَنَّ اللَّهَ مَوْلَاكُمْ ۚ نِعْمَ الْمَوْلَىٰ وَنِعْمَ النَّصِيرُ
“และหากพวกเขาผินหลังให้ ก็พึงรู้เถิดว่า แท้จริงอัลลอฮฺนั้น คือผู้ทรงคุ้มครองพวกเจ้า ผู้ทรงคุ้มครองที่ดีเลิศและผู้ทรงช่วยเหลือที่ดีเยี่ยม”
41۞ وَاعْلَمُوا أَنَّمَا غَنِمْتُم مِّن شَيْءٍ فَأَنَّ لِلَّهِ خُمُسَهُ وَلِلرَّسُولِ وَلِذِي الْقُرْبَىٰ وَالْيَتَامَىٰ وَالْمَسَاكِينِ وَابْنِ السَّبِيلِ إِن كُنتُمْ آمَنتُم بِاللَّهِ وَمَا أَنزَلْنَا عَلَىٰ عَبْدِنَا يَوْمَ الْفُرْقَانِ يَوْمَ الْتَقَى الْجَمْعَانِ ۗ وَاللَّهُ عَلَىٰ كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ
“และพึงรู้เถิดว่า แท้จริงสิ่งใดที่พวกเจ้าได้มาจากการทำศึก นั้น แน่นอนหนึ่งในห้าของมันเป็นของอัลลอฮฺ และเป็นขอวงร่อซูล และเป็นของญาติที่ใกล้ชิด และบรรดาเด็กกำพร้า และบรรดาผู้ขัดสน และผู้เดินทาง หากพวกเจ้าศรัทธาต่ออัลลอฮฺและสิ่ง ที่เราได้ลงมาแก่บ่าวของเราในวันหนึ่งแห่งการจำแนกระหว่างการศรัทธา และการปฏิเสธ คือวันที่สองฝ่าย เผชิญกัน และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง”
อัล-อันฟาลดัชนีอัลกุรอาน
75อายะฮฺ
MedinanRevelation
39อายะฮฺ

คำแปล — อัล-อันฟาล 39

ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล อายะฮฺ 39 - อ่าน, ฟัง, คำแปล, ภาษาไทย : “และพวกเจ้าจงสู้รบกับพวกเขา จนกว่าจะไม่มีการปฏิเสธศรัทธาใด ๆ ปรากฏขึ้น และการอิบาดะฮ์ ทุกชนิดนั้นจะต้องเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺเท่านั้น ถ้าหากพวกเขาหยุดยั้ง แน่นอนอัลลอฮฺนั้นทรงเห็นในสิ่งที่พวกเขากระทำ”

ซูเราะฮฺ อายะฮฺ 39/75 — ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล الأنفال (Medinan). อ่าน ฟัง คำแปล (ภาษาไทย). ฟัง: ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล ฟัง, ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล คำแปล, ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล mp3, ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล pdf. อายะฮฺ 37–41. ความหมายภาษาไทย: Melayu.




อัลกุรอาน


Monday, September 7, 2026

อย่าลืมเราในดุอาอ์อันดีของท่าน