Mishary Rashid Alafasy
✓
Mahmoud Khalil Al-Husary
✓
Abdurrahman As-Sudais
✓
Mohamed Siddiq Al-Minshawi
✓
Abdul Basit Abdul Samad
✓
Ali Al-Hudhaify
✓
Ahmed ibn Ali al-Ajamy
✓
Abu Bakr Ash-Shaatree
✓
Muhammad Ayyoub
✓
Abdullah Basfar
✓
Abdullah Al-Juhani
✓
Maher Al Muaiqly
✓
คำแปล — Tafsir
คำอธิบายคำศัพท์สำคัญในโองการ
- نَصِيبٌ (นะซีบุน) หมายถึง ส่วนแบ่งหรือสิทธิที่ได้กำหนดไว้
- تَرَكَ (ตะรอกะ) หมายถึง สิ่งที่ผู้ตายทิ้งไว้ (มรดก)
- الْوَالِدَانِ (อัลวาลิดาน) หมายถึง พ่อและแม่
- الْأَقْرَبُونَ (อัลอักเราะบูน) หมายถึง ญาติที่ใกล้ชิด
- مَفْرُوضًا (มัฟรูฎ็อน) หมายถึง ถูกกำหนดไว้แล้วอย่างชัดเจนเป็นข้อบังคับ
การตีความโองการ
โองการนี้ได้ประกาศหลักการสำคัญที่สุดประการหนึ่งในเรื่องมรดกของอิสลาม นั่นคือ การให้สิทธิแก่ทั้งชายและหญิงในการได้รับมรดกจากบิดามารดาและญาติที่ใกล้ชิด โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติทางเพศ ซึ่งแตกต่างจากธรรมเนียมปฏิบัติในยุคญาฮิลิยะฮ์ (ยุคก่อนอิสลาม) ที่ชาวอาหรับมักจะไม่ให้มรดกแก่ผู้หญิงและเด็กเล็ก โดยถือว่ามีเพียงผู้ชายที่สามารถต่อสู้และปกป้องเผ่าเท่านั้นที่มีสิทธิได้รับมรดก
อัลลอฮ์ทรงตรัสว่า สำหรับผู้ชาย (ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่) มีส่วนแบ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้วจากสิ่งที่บิดามารดาและญาติใกล้ชิดทิ้งไว้ และสำหรับผู้หญิงก็มีส่วนแบ่งเช่นเดียวกันจากสิ่งที่บิดามารดาและญาติใกล้ชิดทิ้งไว้ ไม่ว่ามรดกนั้นจะน้อยหรือมากก็ตาม ส่วนแบ่งนี้เป็นสิทธิที่ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนและเป็นข้อบังคับจากอัลลอฮ์ มิใช่เป็นการให้โดยความสมัครใจของใครคนใดคนหนึ่ง
โองการนี้จึงเป็นการยืนยันสิทธิของสตรีในการรับมรดกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของคาบสมุทรอาหรับ และเป็นการยกระดับสถานภาพของสตรีให้มีความเท่าเทียมในสิทธิทางทรัพย์สิน โดยรายละเอียดของส่วนแบ่งที่แน่นอนจะถูกอธิบายในโองการต่อ ๆ ไป
บทเรียนและคุณค่าที่ได้รับจากโองการ
- ความยุติธรรมของอิสลาม: โองการนี้แสดงให้เห็นว่าอิสลามให้ความสำคัญกับความยุติธรรมอย่างยิ่ง แม้แต่ในเรื่องการแบ่งมรดก ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับความรู้สึกของผู้คน อิสลามได้วางหลักการที่ชัดเจนเพื่อปกป้องสิทธิของทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ที่อ่อนแอในสังคมอย่างผู้หญิงและเด็ก
- การยกย่องศักดิ์ศรีของสตรี: การที่อัลลอฮ์ทรงกำหนดสิทธิในการรับมรดกแก่สตรีโดยตรงในโองการนี้ ถือเป็นการประกาศศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของสตรีอย่างเท่าเทียมกับบุรุษ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมยุคก่อนอิสลามไม่เคยให้ความสำคัญ
- ความรอบคอบในการจัดการทรัพย์สิน: อิสลามสอนให้เรามีความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินที่เราสะสมไว้ โดยกำหนดระบบการแบ่งมรดกที่ชัดเจน เพื่อป้องกันความขัดแย้งในครอบครัวและสังคมหลังจากการจากไปของผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน
- การยอมรับในพระบัญญัติของอัลลอฮ์: การที่มุสลิมปฏิบัติตามกฎหมายมรดกของอัลลอฮ์ด้วยความเต็มใจ ถือเป็นการแสดงออกถึงการยอมจำนนต่อพระประสงค์ของพระองค์ ซึ่งเป็นแก่นแท้ของคำว่า "อิสลาม" และนำมาซึ่งความสงบสุขในสังคม
- ความเมตตาของอัลลอฮ์ต่อปวงบ่าว: การที่อัลลอฮ์ทรงกำหนดสิทธิเหล่านี้ไว้ล่วงหน้า แสดงถึงความเมตตาที่ทรงมีต่อมนุษย์ทุกคน เพราะพระองค์ทรงรู้ดีว่ามนุษย์อาจมีความโลภและอยุติธรรมได้ หากปล่อยให้เรื่องนี้เป็นไปตามอำเภอใจของมนุษย์
📜 อายะฮฺ 5-9 — ซูเราะฮฺ อัน-นิซาอ์
คำแปล — อัน-นิซาอ์ 7
ซูเราะฮฺ อัน-นิซาอ์ อายะฮฺ 7 - อ่าน, ฟัง, คำแปล, ภาษาไทย : สำหรับบรรดาชายนั้น มีส่วนได้รับจากสิ่งที่ ผู้บังเกิดเกล้าทั้งสอง และบรรดาญาติที่ใกล้ชิดได้ทิ้งไว้ และสำหรับบรรดาหญิงนั้นก็มีส่วนได้รับจากสิ่งที่ผู้บังเกิดเกล้าทั้งสองและบรรดาญาติที่ใกล้ชิดได้ทิ้งไว้ ซึ่งสิ่งนั้นจะน้อยหรือมากก็ตาม เป็นส่วนได้รับที่ถูกำหนดอัตราส่วนไว้ซูเราะฮฺ อายะฮฺ 7/176 — ซูเราะฮฺ อัน-นิซาอ์ النساء (Medinan). อ่าน ฟัง คำแปล (ภาษาไทย). ฟัง: ซูเราะฮฺ อัน-นิซาอ์ ฟัง, ซูเราะฮฺ อัน-นิซาอ์ คำแปล, ซูเราะฮฺ อัน-นิซาอ์ mp3, ซูเราะฮฺ อัน-นิซาอ์ pdf. อายะฮฺ 5–9. ความหมายภาษาไทย: Melayu.
ซูเราะฮฺ อัน-นิซาอ์
อัลกุรอาน
Monday, September 28, 2026
อย่าลืมเราในดุอาอ์อันดีของท่าน


