أَمْ يَقُولُونَ افْتَرَاهُ ۖ قُلْ إِنِ افْتَرَيْتُهُ فَلَا تَمْلِكُونَ لِي مِنَ اللَّهِ شَيْئًا ۖ هُوَ أَعْلَمُ بِمَا تُفِيضُونَ فِيهِ ۖ كَفَىٰ بِهِ شَهِيدًا بَيْنِي وَبَيْنَكُمْ ۖ وَهُوَ الْغَفُورُ الرَّحِيمُ ٨
🔤 Transliteration
Am yaqooloonaf taraahu qul inif taraituhoo falaa tamlikoona lee minal laahi shai`an Huwa a`lamu bimaa tufeedoona feehi kafaa bihee shaheedam bainee wa bainakum wa Huwal Ghafoorur Raheem
📖 คำแปล (ความหมายภาษาไทย)
📖 ความหมายภาษาไทย
หรือพวกเขากล่าวว่า เขา (มุฮัมมัด) ได้ปั้นแต่งอัลกุรอานนั้น จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด ถ้าฉันได้ปั้นแต่งอัลกุรอานขึ้นพวกท่านก็ไม่มีอำนาจอันใดที่จะช่วยเหลือฉันได้จาก (การลงโทษของ) อัลลอฮฺ พระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงสิ่งที่พวกท่านกำลังง่วนอยู่ในเรื่องนี้ พอเพียงแล้วที่พระองค์ทรงเป็นพยานระหว่างฉันกับพวกท่าน และพระองค์เป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ
🌐 Additional reference in Melayu
ความหมายของคำที่ควรอธิบาย: อัฟตะเราะฮุ (افتراه ) หมายถึง กล่าวหาเท็จหรือกุเรื่องขึ้นเอง โดยกล่าวหาว่าท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เป็นผู้แต่งอัลกุรอานขึ้นเองแล้วอ้างว่าเป็นคำสอนจากอัลลอฮ์ตุฟีฎูนะ (تفیضون ) หมายถึง การพูดจาโจมตีและวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมายชะฮีดัน (شهیدًا ) หมายถึง พยานผู้รู้เห็นและเป็นสักขีพยานการตีความหมายของอายะฮ์: อัลลอฮ์ทรงถามถึงพวกมุชริกีนว่า พวกเขายังคงกล่าวหาว่าท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กุเรื่องอัลกุรอานขึ้นเองกระนั้นหรือ? อัลลอฮ์ทรงสั่งให้ท่านนบีตอบโต้พวกเขาว่า หากท่านได้กุเรื่องนี้ขึ้นจริง ๆ ตามที่พวกเขากล่าวหา พวกเขาก็ไม่สามารถปกป้องท่านจากความลงโทษของอัลลอฮ์ได้แม้แต่น้อย หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์จะลงโทษท่าน ท่านจะไม่เสี่ยงทำเช่นนั้นเพื่อแลกกับความหายนะของตนเองอย่างแน่นอน
อัลลอฮ์ทรงรู้ดีกว่าผู้ใดทั้งหมดถึงสิ่งที่พวกเขากำลังพูดวิจารณ์และโต้แย้งเกี่ยวกับอัลกุรอาน รวมถึงการกล่าวหาท่านนบีในเรื่องนี้ อัลลอฮ์ทรงเป็นพยานที่เพียงพอระหว่างท่านนบีกับพวกเขา โดยทรงเป็นพยานยืนยันความจริงของท่านนบี และเป็นพยานปรักปรำความเท็จของพวกเขา
และในตอนท้ายของอายะฮ์ อัลลอฮ์ทรงแนะนำพระองค์เองด้วยพระนามว่า "อัล-เฆาะฟูรุรเราะฮีม" (ผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ) ซึ่งเป็นการเปิดประตูแห่งความหวังและการกลับตัวกลับใจสำหรับพวกเขา แม้พวกเขาจะกล่าวหาอย่างร้ายแรงเพียงใดก็ตาม หากพวกเขากลับใจ อัลลอฮ์ก็พร้อมจะอภัยให้พวกเขา
บทเรียนและคุณค่าที่ได้รับ: ความยุติธรรมของอัลลอฮ์นั้นสมบูรณ์แบบ พระองค์ไม่ทรงลงโทษผู้ใดโดยปราศจากหลักฐาน และพระองค์ทรงเป็นพยานที่เที่ยงธรรมที่สุดระหว่างมนุษย์ด้วยกัน การกล่าวหาผู้อื่นโดยปราศจากหลักฐานเป็นเรื่องที่ร้ายแรง โดยเฉพาะการกล่าวหาต่อผู้ที่นำส่งสารจากอัลลอฮ์ ซึ่งจะนำมาซึ่งความหายนะในโลกหน้า ความเมตตาของอัลลอฮ์นั้นกว้างใหญ่ไพศาล แม้แต่ผู้ที่กล่าวหาท่านนบีอย่างรุนแรง หากพวกเขากลับตัวกลับใจ อัลลอฮ์ก็พร้อมจะอภัยให้เสมอ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประตูแห่งการกลับใจนั้นเปิดกว้างสำหรับทุกคนจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ผู้ศรัทธาควรวางใจในอัลลอฮ์เมื่อถูกกล่าวหา โดยมอบหมายเรื่องทั้งหมดให้พระองค์ทรงเป็นผู้ตัดสิน เพราะพระองค์ทรงรอบรู้ในสิ่งที่เราไม่รู้ และทรงยุติธรรมในการตัดสินเสมอ
أَمۡ يَقُولُونَ ٱفۡتَرَىٰهُۖ قُلۡ إِنِ ٱفۡتَرَيۡتُهُۥ فَلَا تَمۡلِكُونَ لِي مِنَ ٱللَّهِ شَيۡـًٔاۖ هُوَ أَعۡلَمُ بِمَا تُفِيضُونَ فِيهِۚ كَفَىٰ بِهِۦ شَهِيدَۢا بَيۡنِي وَبَيۡنَكُمۡۖ وَهُوَ ٱلۡغَفُورُ ٱلرَّحِيمُ ٨
หรือพวกเขากล่าวว่า เขา (มุฮัมมัด) ได้ปั้นแต่งอัลกุรอานนั้น จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด ถ้าฉันได้ปั้นแต่งอัลกุรอานขึ้นพวกท่านก็ไม่มีอำนาจอันใดที่จะช่วยเหลือฉันได้จาก (การลงโทษของ) อัลลอฮฺ พระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงสิ่งที่พวกท่านกำลังง่วนอยู่ในเรื่องนี้ พอเพียงแล้วที่พระองค์ทรงเป็นพยานระหว่างฉันกับพวกท่าน และพระองค์เป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ
🖼️ Save Image
🎬 Save Video
📜 อายะฮฺ 6-10 — ซูเราะฮฺ อัล-อะหฺกอฟ
6 وَإِذَا حُشِرَ النَّاسُ كَانُوا لَهُمْ أَعْدَاءً وَكَانُوا بِعِبَادَتِهِمْ كَافِرِينَ
และเมื่อมนุษย์ถูกรวมให้มาชุมนุมกัน พวกมัน (เจว็ด) จะเป็นศัตรูกับพวกเขาและจะเป็นผู้ปฏิเสธการเคารพบูชาของพวกเขา
7 وَإِذَا تُتْلَىٰ عَلَيْهِمْ آيَاتُنَا بَيِّنَاتٍ قَالَ الَّذِينَ كَفَرُوا لِلْحَقِّ لَمَّا جَاءَهُمْ هَٰذَا سِحْرٌ مُّبِينٌ
และเมื่ออายาตต่าง ๆ อันชัดแจ้งของเรา ถูกสาธยายแก่พวกเขา บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้กล่าวเกี่ยวกับสัจธรรม(อัลกุรอาน) ที่ได้มีมายังพวกเขาว่า นี่คือมายากลอย่างชัดแจ้ง
8 أَمْ يَقُولُونَ افْتَرَاهُ ۖ قُلْ إِنِ افْتَرَيْتُهُ فَلَا تَمْلِكُونَ لِي مِنَ اللَّهِ شَيْئًا ۖ هُوَ أَعْلَمُ بِمَا تُفِيضُونَ فِيهِ ۖ كَفَىٰ بِهِ شَهِيدًا بَيْنِي وَبَيْنَكُمْ ۖ وَهُوَ الْغَفُورُ الرَّحِيمُ
หรือพวกเขากล่าวว่า เขา (มุฮัมมัด) ได้ปั้นแต่งอัลกุรอานนั้น จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด ถ้าฉันได้ปั้นแต่งอัลกุรอานขึ้นพวกท่านก็ไม่มีอำนาจอันใดที่จะช่วยเหลือฉันได้จาก (การลงโทษของ) อัลลอฮฺ พระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงสิ่งที่พวกท่านกำลังง่วนอยู่ในเรื่องนี้ พอเพียงแล้วที่พระองค์ทรงเป็นพยานระหว่างฉันกับพวกท่าน และพระองค์เป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ
9 قُلْ مَا كُنتُ بِدْعًا مِّنَ الرُّسُلِ وَمَا أَدْرِي مَا يُفْعَلُ بِي وَلَا بِكُمْ ۖ إِنْ أَتَّبِعُ إِلَّا مَا يُوحَىٰ إِلَيَّ وَمَا أَنَا إِلَّا نَذِيرٌ مُّبِينٌ
จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด ฉันมิได้เป็นคนแรกในบรรดาร่อซูล และฉันไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแก่ฉันและแก่พวกท่าน ฉันมิได้ปฏิบัติตามสิ่งใดนอกจากสิ่งที่ถูกวะฮียฺให้แก่ฉัน และฉันมิใช่ใครอื่นนอกจากเป็นผู้ตักเตือนอันชัดแจ้ง
10 قُلْ أَرَأَيْتُمْ إِن كَانَ مِنْ عِندِ اللَّهِ وَكَفَرْتُم بِهِ وَشَهِدَ شَاهِدٌ مِّن بَنِي إِسْرَائِيلَ عَلَىٰ مِثْلِهِ فَآمَنَ وَاسْتَكْبَرْتُمْ ۖ إِنَّ اللَّهَ لَا يَهْدِي الْقَوْمَ الظَّالِمِينَ
จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด พวกท่านไม่เห็นดอกหรือว่า ถ้าหากอัลกุรอานมาจากอัลลอฮฺและพวกท่านปฏิเสธอัลกุรอานนั้น ทั้ง ๆ ที่มีพยานคนหนึ่งจากวงศ์วานของอิสรออีลเป็นพยานต่อลักษณะเช่นเดียวกัน (คือคัมภีร์อัตเตารอฮฺ)แล้วเขาก็ศรัทธาแต่พวกท่านยังดื้อรั้นหยิ่งยะโส แท้จริงอัลลอฮฺจะไม่ทรงชี้แนะทางแก่หมู่ชนผู้อธรรม
คำแปล — อัล-อะหฺกอฟ 8 ซูเราะฮฺ อัล-อะหฺกอฟ อายะฮฺ 8 - อ่าน, ฟัง, คำแปล, ภาษาไทย : หรือพวกเขากล่าวว่า เขา (มุฮัมมัด) ได้ปั้นแต่งอัลกุรอานนั้น จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด ถ้าฉันได้ปั้นแต่งอัลกุรอานขึ้นพวกท่านก็ไม่มีอำนาจอันใดที่จะช่วยเหลือฉันได้จาก (การลงโทษของ) อัลลอฮฺ พระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงสิ่งที่พวกท่านกำลังง่วนอยู่ในเรื่องนี้ พอเพียงแล้วที่พระองค์ทรงเป็นพยานระหว่างฉันกับพวกท่าน…
ซูเราะฮฺ อายะฮฺ 8/35 — ซูเราะฮฺ อัล-อะหฺกอฟ الأحقاف (Meccan). อ่าน ฟัง คำแปล (ภาษาไทย). ฟัง: ซูเราะฮฺ อัล-อะหฺกอฟ ฟัง, ซูเราะฮฺ อัล-อะหฺกอฟ คำแปล, ซูเราะฮฺ อัล-อะหฺกอฟ mp3, ซูเราะฮฺ อัล-อะหฺกอฟ pdf. อายะฮฺ 6–10. ความหมายภาษาไทย: Melayu.