فَرِيقًا هَدَىٰ وَفَرِيقًا حَقَّ عَلَيْهِمُ الضَّلَالَةُ ۗ إِنَّهُمُ اتَّخَذُوا الشَّيَاطِينَ أَوْلِيَاءَ مِن دُونِ اللَّهِ وَيَحْسَبُونَ أَنَّهُم مُّهْتَدُونَ ٣٠
🔤 Transliteration
Fareeqan hadaa wa fareeqan haqqa `alaihimud dalaalah; innahumut takhazush Shayaateena awliyaaa`a min doonil laahi wa yahsaboona annnahum muhtadoon
📖 คำแปล (ความหมายภาษาไทย)
📖 ความหมายภาษาไทย
พวกหนึ่งพระองค์ทรงแนะนำให้ และอีกพวกหนึ่งสมควรแก่พวกเขาแล้วซึ่งการหลงผิด แท้จริงพวกเขาได้ยึดเอาบรรดาชัยฏอนเป็นผู้คุ้มครอง อื่นจากอัลลอฮ์ และพวกเขาคิดว่าพวกเขาคือผู้ที่ได้รับคำแนะนำ
🌐 Additional reference in Melayu
### معاني الكلمات
فَرِيقًا هَدَى : กลุ่มหนึ่งที่อัลลอฮ์ทรงชี้ทางนำให้حَقَّ عَلَيْهِمُ الضَّلَالَةُ : การหลงผิดได้คู่ควรแก่พวกเขา (คือได้กำหนดไว้แล้ว)اتَّخَذُوا الشَّيَاطِينَ أَوْلِيَاءَ : พวกเขาได้ยึดเอาบรรดาชัยฏอนเป็นผู้คุ้มครองและผู้นำيَحْسَبُونَ : พวกเขาคิดหรือนึกเอาเอง### คำอธิบายการตีความ
อัลลอฮ์ผู้ทรงสูงส่งได้แบ่งปวงบ่าวของพระองค์ออกเป็นสองกลุ่มด้วยกัน:
กลุ่มแรก คือกลุ่มที่พระองค์ทรงชี้ทางนำให้ พวกเขาได้รับความสำเร็จในการศรัทธาและการปฏิบัติตามแนวทางที่เที่ยงตรง พระองค์ทรงอำนวยความสะดวกแก่พวกเขาในหนทางแห่งความดี และทรงขจัดอุปสรรคต่างๆ ที่จะขวางกั้นพวกเขาจากการชี้นำ
กลุ่มที่สอง คือกลุ่มที่การหลงผิดได้คู่ควรแก่พวกเขาแล้ว นั่นคือพวกเขาถูกปล่อยปละละเลยให้หลงทางจากแนวทางที่ถูกต้อง สาเหตุก็เพราะพวกเขาได้เลือกที่จะยึดเอาบรรดาชัยฏอนเป็นผู้คุ้มครองและผู้นำแทนที่จะเป็นอัลลอฮ์ พวกเขาเชื่อฟังและปฏิบัติตามชัยฏอนด้วยความเขลาและโง่เขลา โดยไม่รู้ถึงผลลัพธ์อันเลวร้ายที่จะตามมา
สิ่งที่น่าเศร้าใจยิ่งกว่านั้นคือ พวกเขาคิดและเข้าใจผิดว่าตนเองนั้นกำลังอยู่บนแนวทางที่ถูกต้องแล้ว ทั้งที่ความจริงพวกเขากำลังหลงผิดอย่างสิ้นเชิง พวกเขาไม่รู้สึกตัวถึงความหายนะที่ตนเองกำลังประสบอยู่
### บทเรียนและคุณค่าที่ได้รับ
ความเมตตาของอัลลอฮ์ที่มีต่อปวงบ่าว – พระองค์ไม่ได้บังคับให้ใครหลงผิด แต่พระองค์ทรงชี้ทางนำแก่ผู้ที่พร้อมจะรับ และปล่อยให้ผู้ที่เลือกปฏิเสธได้รับผลจากการกระทำของตนเอง ซึ่งแสดงถึงความยุติธรรมของพระองค์การเลือกทางเดินเป็นของมนุษย์ – ทุกคนมีอิสระในการเลือกว่าจะเชื่อฟังอัลลอฮ์หรือปฏิบัติตามชัยฏอน และผลของการเลือกนั้นจะกลับมาสู่ตัวเขาเองอันตรายของการหลงตัวเอง – การที่คนเราคิดว่าตนเองถูกต้องทั้งที่กำลังหลงผิดนั้น เป็นภัยอันตรายที่สุด เพราะจะทำให้เขาไม่แสวงหาความจริงและไม่กลับตัวการตระหนักถึงมิตรที่แท้จริง – บทเรียนสำคัญคือ เราต้องเลือกมิตรและผู้นำที่ถูกต้อง มิตรที่แท้จริงคืออัลลอฮ์และบรรดาผู้ศรัทธา มิใช่ชัยฏอนและผู้ที่ชักนำไปสู่ความชั่วการขอบคุณสำหรับการชี้นำ – เมื่อเรารู้ว่าอัลลอฮ์ทรงชี้ทางนำแก่เรา เราควรรู้สึกซาบซึ้งและพยายามรักษาความดีนี้ไว้ ด้วยการปฏิบัติตามคำสอนและหลีกเลี่ยงสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม
فَرِيقًا هَدَىٰ وَفَرِيقًا حَقَّ عَلَيۡهِمُ ٱلضَّلَٰلَةُۚ إِنَّهُمُ ٱتَّخَذُواْ ٱلشَّيَٰطِينَ أَوۡلِيَآءَ مِن دُونِ ٱللَّهِ وَيَحۡسَبُونَ أَنَّهُم مُّهۡتَدُونَ ٣٠
พวกหนึ่งพระองค์ทรงแนะนำให้ และอีกพวกหนึ่งสมควรแก่พวกเขาแล้วซึ่งการหลงผิด แท้จริงพวกเขาได้ยึดเอาบรรดาชัยฏอนเป็นผู้คุ้มครอง อื่นจากอัลลอฮ์ และพวกเขาคิดว่าพวกเขาคือผู้ที่ได้รับคำแนะนำ
🖼️ Save Image
🎬 Save Video
📜 อายะฮฺ 28-32 — ซูเราะฮฺ อัล-อะรอฟ
28 وَإِذَا فَعَلُوا فَاحِشَةً قَالُوا وَجَدْنَا عَلَيْهَا آبَاءَنَا وَاللَّهُ أَمَرَنَا بِهَا ۗ قُلْ إِنَّ اللَّهَ لَا يَأْمُرُ بِالْفَحْشَاءِ ۖ أَتَقُولُونَ عَلَى اللَّهِ مَا لَا تَعْلَمُونَ
และเมื่อพวกเขากระทำสิ่งชั่วช้าน่ารังเกียจ พวกเขาก็กล่าวว่า พวกเราได้พบเห็นบรรดาบรรพบุรุษของพวกเราเคยกระทำมา และอัลลอฮฺก็ทรงใช้พวกเราให้กระทำมันด้วย จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด) ว่าแท้จริงอัลลอฮฺนั้นไม่ทรงใช้ให้กระทำสิ่งชั่วช้าน่ารังเกียจดอก พวกท่านจะกล่าวให้ร้ายแก่อัลลอฮฺในสิ่งที่พวกเจ้าไม่รู้กระนั้นหรือ?
29 قُلْ أَمَرَ رَبِّي بِالْقِسْطِ ۖ وَأَقِيمُوا وُجُوهَكُمْ عِندَ كُلِّ مَسْجِدٍ وَادْعُوهُ مُخْلِصِينَ لَهُ الدِّينَ ۚ كَمَا بَدَأَكُمْ تَعُودُونَ
จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด) ว่า พระเจ้าของฉันได้ทรงสั่งให้มีความยุติธรรม และพวกเจ้าจงผินให้ตรงซึ่งใบหน้า ของพวกเจ้า ณ ทุก ๆมัสยิด และจงวินวอนต่อพระองค์ในฐานะผู้มอบอิบาดะฮ์ทั้งหลายแด่พระองค์โดยบริสุทธิ์ใจ เช่นเดียวกับที่พระองค์ได้ทรงบังเกิดพวกเจ้าแต่แรกนั้น พวกเจ้าก็จะกลับไป
30 فَرِيقًا هَدَىٰ وَفَرِيقًا حَقَّ عَلَيْهِمُ الضَّلَالَةُ ۗ إِنَّهُمُ اتَّخَذُوا الشَّيَاطِينَ أَوْلِيَاءَ مِن دُونِ اللَّهِ وَيَحْسَبُونَ أَنَّهُم مُّهْتَدُونَ
พวกหนึ่งพระองค์ทรงแนะนำให้ และอีกพวกหนึ่งสมควรแก่พวกเขาแล้วซึ่งการหลงผิด แท้จริงพวกเขาได้ยึดเอาบรรดาชัยฏอนเป็นผู้คุ้มครอง อื่นจากอัลลอฮ์ และพวกเขาคิดว่าพวกเขาคือผู้ที่ได้รับคำแนะนำ
31 ۞ يَا بَنِي آدَمَ خُذُوا زِينَتَكُمْ عِندَ كُلِّ مَسْجِدٍ وَكُلُوا وَاشْرَبُوا وَلَا تُسْرِفُوا ۚ إِنَّهُ لَا يُحِبُّ الْمُسْرِفِينَ
ลูหลานของอาดัมเอ๋ย ! จงเอา เครื่องประดับกาย ของพวกเจ้า ณ ทุกมัสยิดและจงกินและจงดื่ม และจงอย่าฟุ่มเฟือย แท้จริงพระองค์ไม่ชอบบรรดาผู้ที่ฟุ่มเฟือย
32 قُلْ مَنْ حَرَّمَ زِينَةَ اللَّهِ الَّتِي أَخْرَجَ لِعِبَادِهِ وَالطَّيِّبَاتِ مِنَ الرِّزْقِ ۚ قُلْ هِيَ لِلَّذِينَ آمَنُوا فِي الْحَيَاةِ الدُّنْيَا خَالِصَةً يَوْمَ الْقِيَامَةِ ۗ كَذَٰلِكَ نُفَصِّلُ الْآيَاتِ لِقَوْمٍ يَعْلَمُونَ
จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด) ว่าผู้ใดเล่าที่ให้เป็นที่ต้องห้าม ซึ่งเครื่องประดับร่างกาย จากอัลลอฮ์ ที่พระองค์ได้ทรงให้ออกมาสำหรับปวงบ่าวของพระองค์ และบรรดาสิ่งดี ๆ จากปัจจัยยังชีพ จงกล่าวเถิด(มุฮัมัด) ว่าสิ่งเหล่านั้นสำหรับบรรดาผู้ที่ศรัทธา ในชีวิตความเป็นอยู่แห่งโลกนี้ (และสำหรับพวกเขา) โดยเฉพาะ ในวันกิยามะฮ์ ในทำนองนั้นแหละเราจะแจกแจงโองการทั้งหลายแก่ผู้ที่รู้
คำแปล — อัล-อะรอฟ 30 ซูเราะฮฺ อัล-อะรอฟ อายะฮฺ 30 - อ่าน, ฟัง, คำแปล, ภาษาไทย : พวกหนึ่งพระองค์ทรงแนะนำให้ และอีกพวกหนึ่งสมควรแก่พวกเขาแล้วซึ่งการหลงผิด แท้จริงพวกเขาได้ยึดเอาบรรดาชัยฏอนเป็นผู้คุ้มครอง อื่นจากอัลลอฮ์ และพวกเขาคิดว่าพวกเขาคือผู้ที่ได้รับคำแนะนำ
ซูเราะฮฺ อายะฮฺ 30/206 — ซูเราะฮฺ อัล-อะรอฟ الأعراف (Meccan). อ่าน ฟัง คำแปล (ภาษาไทย). ฟัง: ซูเราะฮฺ อัล-อะรอฟ ฟัง, ซูเราะฮฺ อัล-อะรอฟ คำแปล, ซูเราะฮฺ อัล-อะรอฟ mp3, ซูเราะฮฺ อัล-อะรอฟ pdf. อายะฮฺ 28–32. ความหมายภาษาไทย: Melayu.