Mishary Rashid Alafasy
✓
Mahmoud Khalil Al-Husary
✓
Abdurrahman As-Sudais
✓
Mohamed Siddiq Al-Minshawi
✓
Abdul Basit Abdul Samad
✓
Ali Al-Hudhaify
✓
Ahmed ibn Ali al-Ajamy
✓
Abu Bakr Ash-Shaatree
✓
Muhammad Ayyoub
✓
Abdullah Basfar
✓
Abdullah Al-Juhani
✓
Maher Al Muaiqly
✓
คำแปล — Tafsir
คำอธิบายคำศัพท์สำคัญในโองการ:
- يَصُدُّونَ หมายถึง พวกเขากีดกันและขัดขวาง
- الْمَسْجِدِ الْحَرَامِ คือ มัสยิดอัลฮะรอม ณ นครมักกะฮ์
- أَوْلِيَاءَهُ หมายถึง ผู้ที่ใกล้ชิดและเป็นผู้ดูแลที่แท้จริงของมัสยิดอัลฮะรอม
- الْمُتَّقُونَ คือ บรรดาผู้ที่ยำเกรงอัลลอฮ์ โดยปฏิบัติตามคำสั่งใช้และหลีกเลี่ยงสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม
การตีความโองการ:
โองการนี้เป็นการถามเชิงตำหนิและกล่าวโทษพวกมุชริกีน (ผู้ตั้งภาคี) แห่งมักกะฮ์ว่า เหตุใดพวกเขาจึงจะไม่ถูกลงโทษจากอัลลอฮ์? ทั้งที่พวกเขากระทำความผิดอันใหญ่หลวงที่สมควรได้รับการลงโทษ นั่นคือการกีดกันผู้ศรัทธาจากมัสยิดอัลฮะรอม ขัดขวางไม่ให้พวกเขาทำการฏอวาฟ (เวียนรอบกะอ์บะฮ์) และละหมาดในนั้น ทั้งที่พวกเขาไม่มีสิทธิ์ใด ๆ ในการทำเช่นนั้น
จากนั้นอัลลอฮ์ทรงปฏิเสธข้ออ้างของพวกเขาที่ว่า พวกเขาเป็นผู้ดูแลและเป็นเจ้าของมัสยิดอัลฮะรอม โดยตรัสว่า พวกเขามิได้เป็นผู้ดูแลที่แท้จริงของมันเลย แท้จริงผู้ที่สมควรเป็นผู้ดูแลมัสยิดอัลฮะรอมนั้น คือบรรดาผู้ยำเกรงอัลลอฮ์เท่านั้น ผู้ที่ปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์ และละเว้นจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม แต่อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ของพวกเขาหาได้รู้ไม่ว่าความเป็นผู้ดูแลที่แท้จริงนั้นมิได้อยู่ที่การอ้างสิทธิ์หรือการสืบเชื้อสาย หากแต่อยู่ที่การยำเกรงและการเชื่อฟังอัลลอฮ์ต่างหาก
บทเรียนและคุณค่าที่ได้รับจากโองการ:
- การกีดกันผู้อื่นจากการทำความดี หรือการขัดขวางไม่ให้ผู้คนเข้าถึงศาสนสถานและปฏิบัติศาสนกิจ ถือเป็นบาปมหันต์ที่นำมาซึ่งการลงโทษจากอัลลอฮ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
- เกียรติยศและความใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์นั้นมิได้วัดกันที่เชื้อสาย ทรัพย์สิน หรือตำแหน่ง หากแต่วัดกันที่ความยำเกรงและการปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์เท่านั้น
- การอ้างสิทธิ์ในสิ่งที่ไม่ใช่ของตน โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับศาสนาและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นการหลงผิดและความไม่รู้ ซึ่งอัลลอฮ์ทรงตำหนิพฤติกรรมเช่นนี้
- โองการนี้สอนให้เรารักและเคารพมัสยิดอัลฮะรอม และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย และไม่ควรกีดกันผู้ใดจากการเข้าถึงความดีงาม แต่ควรเป็นผู้ที่เอื้ออำนวยและสนับสนุนให้ผู้อื่นได้ปฏิบัติศาสนกิจอย่างเต็มที่
- ความยำเกรง (ตักวา) คือมาตรฐานแห่งความสูงส่งในสายตาของอัลลอฮ์ ดังนั้นเราจึงควรหมั่นฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้ที่ยำเกรงพระองค์อยู่เสมอ เพื่อให้เราอยู่ในหมู่ผู้ที่อัลลอฮ์ทรงยกย่องและทรงดูแล
📜 อายะฮฺ 32-36 — ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล
คำแปล — อัล-อันฟาล 34
ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล อายะฮฺ 34 - อ่าน, ฟัง, คำแปล, ภาษาไทย : และมีอะไร แก่พวกเขากระนั้นหรือที่อัลลอฮฺจะไม่ทรงลงโทษพวกเขาทั้งๆที่พวกเขาขัดขวาง มิให้เข้ามัศยิดิลฮะรอม และพวกเขาก็มิใช่เป็นผู้ปกครองมัศยิดนั้นด้วยบรรดาผู้ปกครองมัศยิดนั้นใช่ใครอื่นไม่นอกจากบรรดาผู้ยำเกรงเท่านั้นแต่ทว่าส่วนมากของพวกเขาไม่รู้”คือมีสิ่งใดซูเราะฮฺ อายะฮฺ 34/75 — ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล الأنفال (Medinan). อ่าน ฟัง คำแปล (ภาษาไทย). ฟัง: ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล ฟัง, ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล คำแปล, ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล mp3, ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล pdf. อายะฮฺ 32–36. ความหมายภาษาไทย: Melayu.
ซูเราะฮฺ อัล-อันฟาล
อัลกุรอาน
Monday, September 28, 2026
อย่าลืมเราในดุอาอ์อันดีของท่าน


