سَمَّاعُونَ لِلْكَذِبِ أَكَّالُونَ لِلسُّحْتِ ۚ فَإِن جَاءُوكَ فَاحْكُم بَيْنَهُمْ أَوْ أَعْرِضْ عَنْهُمْ ۖ وَإِن تُعْرِضْ عَنْهُمْ فَلَن يَضُرُّوكَ شَيْئًا ۖ وَإِنْ حَكَمْتَ فَاحْكُم بَيْنَهُم بِالْقِسْطِ ۚ إِنَّ اللَّهَ يُحِبُّ الْمُقْسِطِينَ ٤٢
🔤 Transliteration
Sammaa`oona lilkazibi akkaaloona lissuht; fa in jaaa`ooka fahkum bainahum aw a`rid anhum wa in tu`rid `anhum falany-yadurrooka shai`anw wa in hakamta fahkum bainahum bilqist; innal laaha yuhibbul muqsiteen
📖 คำแปล (ความหมายภาษาไทย)
📖 ความหมายภาษาไทย
พวกเขาชอบฟังคำมุสา ชอบกินสิ่งต้องห้าม ถ้าหากพวกเขามาหาเจ้า ก็จงตัดสินระหว่างพวกเขา หรือไม่ก็หลีกเลี่ยงพวกเขาเสีย และถ้าหากเจ้าหลีกเลี่ยงพวกเขา พวกเขาก็จะไม่ให้โทษแก่เจ้าได้แต่อย่างใดเลย และหากเจ้าตัดสินใจ ก็จงตัดสินใจระหว่างพวกเขา ด้วยความยุติธรรม แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงรักบรรดาผู้ที่ยุติธรรม
🌐 Additional reference in Melayu
คำอธิบายความหมายของคำศัพท์: سَمَّاعُونَ لِلْكَذِبِ หมายถึง พวกที่ชอบฟังคำโกหกเท็จ และยอมรับคำกล่าวเท็จจากผู้ที่มาหาأَكَّالُونَ لِلسُّحْتِ หมายถึง พวกที่กินทรัพย์ต้องห้าม (อัล-สุห์ต) ซึ่งคือทรัพย์ที่ได้มาโดยมิชอบ เช่น สินบน ค่าตอบแทนจากการตัดสินอย่างอธรรม ดอกเบี้ย (ริบา) และทรัพย์ต้องห้ามอื่น ๆ คำว่า "สุห์ต" มาจากความหมายของการถอนรากถอนโคน เนื่องจากทรัพย์ประเภทนี้ปราศจากความจำเริญ (บะเราะกะฮ์)الْقِسْطِ หมายถึง ความยุติธรรม ความเที่ยงธรรมการตีความหมายของอายะฮ์: อายะฮ์นี้กล่าวถึงกลุ่มชาวยิวในยุคของท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) ซึ่งมีลักษณะนิสัยที่ชั่วช้า พวกเขาเป็นผู้ที่ชอบฟังคำมุสา ยอมรับคำโกหก และเป็นผู้ที่กินทรัพย์ต้องห้ามเป็นนิจ เช่น การรับสินบนเพื่อบิดเบือนคำตัดสิน และการกินดอกเบี้ย
เมื่อพวกเขามีข้อพิพาทกันและมาหาท่านนบีเพื่อให้ตัดสิน อัลลอฮ์ทรงให้สิทธิแก่ท่านนบีในการเลือกว่าจะตัดสินให้พวกเขาหรือไม่ก็ได้ หากท่านเห็นว่าการตัดสินจะนำมาซึ่งประโยชน์ ก็จงตัดสินด้วยความยุติธรรม และหากท่านเห็นว่าการไม่ยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาดีกว่า ท่านก็สามารถปฏิเสธได้ โดยที่พวกเขาไม่สามารถทำอันตรายแก่ท่านได้แม้แต่น้อย เพราะอัลลอฮ์ทรงคุ้มครองท่านอยู่
แต่หากท่านตัดสินใจที่จะตัดสินระหว่างพวกเขา ท่านต้องตัดสินด้วยความเที่ยงธรรมและยุติธรรม โดยไม่ลำเอียงเข้าข้างฝ่ายใด แม้ว่าพวกเขาจะเป็นศัตรูหรือเป็นผู้ที่อธรรมก็ตาม เพราะแท้จริงอัลลอฮ์ทรงรักผู้ที่ยึดมั่นในความยุติธรรม และทรงตอบแทนพวกเขาด้วยความโปรดปราน
บทเรียนและข้อคิดที่ได้จากอายะฮ์: การเตือนให้หลีกเลี่ยงทรัพย์ต้องห้าม — อายะฮ์นี้สอนให้มุสลิมระมัดระวังในการแสวงหาปัจจัยยังชีพ และหลีกเลี่ยงทุกหนทางที่นำไปสู่ทรัพย์ต้องห้าม ไม่ว่าจะเป็นสินบน ดอกเบี้ย หรือการคดโกง เพราะทรัพย์ต้องห้ามจะทำลายความจำเริญในชีวิตและนำมาซึ่งความหายนะความยุติธรรมเป็นคุณธรรมที่อัลลอฮ์ทรงรัก — อัลลอฮ์ทรงประกาศความรักของพระองค์ต่อผู้ที่ยึดมั่นในความยุติธรรม แม้จะต้องตัดสินให้กับศัตรูหรือผู้ที่ทำผิดต่อเราก็ตาม นี่คือมาตรฐานอันสูงส่งของจริยธรรมอิสลามที่เหนือกว่าความรู้สึกส่วนตัวความคุ้มครองของอัลลอฮ์ต่อผู้ที่ยืนหยัดในความจริง — เมื่อผู้ศรัทธายืนหยัดในความถูกต้องและไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดัน อัลลอฮ์จะทรงคุ้มครองเขาจากอันตรายของผู้ที่คิดร้าย ดังที่พระองค์ทรงรับรองแก่ท่านนบีว่าพวกเขาไม่สามารถทำอันตรายท่านได้เสรีภาพในการตัดสินใจของผู้ปกครองหรือผู้พิพากษา — อายะฮ์นี้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในกฎหมายอิสลาม ที่ผู้พิพากษาสามารถใช้ดุลยพินิจในการรับหรือปฏิเสธคดีได้ตามความเหมาะสม แต่เมื่อตัดสินใจแล้วต้องยึดมั่นในความยุติธรรมอย่างเคร่งครัดการไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ที่ทุจริตเป็นทางออกที่ดี — บางครั้งการไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มคนที่ทุจริตและบิดเบือนความจริงก็เป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่า เพราะจะช่วยปกป้องเกียรติและความบริสุทธิ์ของศาสนาจากการถูกใช้เป็นเครื่องมือของคนชั่วอายะฮ์นี้จึงเป็นบทเรียนอันทรงคุณค่าในการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณธรรม ยึดมั่นในความยุติธรรม และหลีกเลี่ยงทุกหนทางที่นำไปสู่ความเสื่อมเสียทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
سَمَّٰعُونَ لِلۡكَذِبِ أَكَّٰلُونَ لِلسُّحۡتِۚ فَإِن جَآءُوكَ فَٱحۡكُم بَيۡنَهُمۡ أَوۡ أَعۡرِضۡ عَنۡهُمۡۖ وَإِن تُعۡرِضۡ عَنۡهُمۡ فَلَن يَضُرُّوكَ شَيۡـًٔاۖ وَإِنۡ حَكَمۡتَ فَٱحۡكُم بَيۡنَهُم بِٱلۡقِسۡطِۚ إِنَّ ٱللَّهَ يُحِبُّ ٱلۡمُقۡسِطِينَ ٤٢
พวกเขาชอบฟังคำมุสา ชอบกินสิ่งต้องห้าม ถ้าหากพวกเขามาหาเจ้า ก็จงตัดสินระหว่างพวกเขา หรือไม่ก็หลีกเลี่ยงพวกเขาเสีย และถ้าหากเจ้าหลีกเลี่ยงพวกเขา พวกเขาก็จะไม่ให้โทษแก่เจ้าได้แต่อย่างใดเลย และหากเจ้าตัดสินใจ ก็จงตัดสินใจระหว่างพวกเขา ด้วยความยุติธรรม แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงรักบรรดาผู้ที่ยุติธรรม
🖼️ Save Image
🎬 Save Video
📜 อายะฮฺ 40-44 — ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะห์
40 أَلَمْ تَعْلَمْ أَنَّ اللَّهَ لَهُ مُلْكُ السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضِ يُعَذِّبُ مَن يَشَاءُ وَيَغْفِرُ لِمَن يَشَاءُ ۗ وَاللَّهُ عَلَىٰ كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ
เจ้ามิได้รู้ดอกหรือว่า แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงมีอำนาจในบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน โดยที่พระองค์จะทรงลงโทษใครก็ได้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และจะทรงอภัยโทษแก่ใครก็ได้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และอัลลอฮ์นั้น ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง
41 ۞ يَا أَيُّهَا الرَّسُولُ لَا يَحْزُنكَ الَّذِينَ يُسَارِعُونَ فِي الْكُفْرِ مِنَ الَّذِينَ قَالُوا آمَنَّا بِأَفْوَاهِهِمْ وَلَمْ تُؤْمِن قُلُوبُهُمْ ۛ وَمِنَ الَّذِينَ هَادُوا ۛ سَمَّاعُونَ لِلْكَذِبِ سَمَّاعُونَ لِقَوْمٍ آخَرِينَ لَمْ يَأْتُوكَ ۖ يُحَرِّفُونَ الْكَلِمَ مِن بَعْدِ مَوَاضِعِهِ ۖ يَقُولُونَ إِنْ أُوتِيتُمْ هَٰذَا فَخُذُوهُ وَإِن لَّمْ تُؤْتَوْهُ فَاحْذَرُوا ۚ وَمَن يُرِدِ اللَّهُ فِتْنَتَهُ فَلَن تَمْلِكَ لَهُ مِنَ اللَّهِ شَيْئًا ۚ أُولَٰئِكَ الَّذِينَ لَمْ يُرِدِ اللَّهُ أَن يُطَهِّرَ قُلُوبَهُمْ ۚ لَهُمْ فِي الدُّنْيَا خِزْيٌ ۖ وَلَهُمْ فِي الْآخِرَةِ عَذَابٌ عَظِيمٌ
รอซูลเอ๋ย ! จงอย่าให้เป็นที่เสียใจแก่เจ้าซึ่งบรรดาผู้ที่รีบเร่งกันในการปฏิเสธศรัทธาจากหมู่ผู้ที่กล่าวด้วยปากของพวกเขาว่า พวกเราศรัทธาแล้วโดยที่หัวใจของพวกเขามิได้ศรัทธา และจากหมู่ผู้ที่เป็นยิวด้วย โดยที่พวกเขาชอบฟังคำมุสา พวกเขาชอบฟังเพื่อพวกอื่นที่มิได้มุ่งหาเจ้า พวกเขาบิดเบือนบรรดาถ้อยคำหลังจาก (ที่มันถูกวางใน) ที่ของมัน พวกเขากล่าวว่า หากพวกท่านได้รับสิ่งนี้ก็จงเอามันไว้ และถ้าหากพวกท่านมิได้รับมันก็จงระวัง และผู้ใดที่อัลลอฮ์ทรงประสงค์ซึ่งการทดสอบเขาแล้ว เจ้าก็ไม่มีสิทธิแต่อย่างใดจากอัลลอฮ์ที่จะช่วยเหลือเขาได้ ชนเหล่านี้แหละคือผู้ที่อัลลอฮ์มิทรงประสงค์จะให้หัวใจของพวกเขาสะอาด โดยที่พวกเขาจะได้รับความอัปยศในโลกนี้ และจะได้รับการลงโทษอันมหันต์ในปรโลก
42 سَمَّاعُونَ لِلْكَذِبِ أَكَّالُونَ لِلسُّحْتِ ۚ فَإِن جَاءُوكَ فَاحْكُم بَيْنَهُمْ أَوْ أَعْرِضْ عَنْهُمْ ۖ وَإِن تُعْرِضْ عَنْهُمْ فَلَن يَضُرُّوكَ شَيْئًا ۖ وَإِنْ حَكَمْتَ فَاحْكُم بَيْنَهُم بِالْقِسْطِ ۚ إِنَّ اللَّهَ يُحِبُّ الْمُقْسِطِينَ
พวกเขาชอบฟังคำมุสา ชอบกินสิ่งต้องห้าม ถ้าหากพวกเขามาหาเจ้า ก็จงตัดสินระหว่างพวกเขา หรือไม่ก็หลีกเลี่ยงพวกเขาเสีย และถ้าหากเจ้าหลีกเลี่ยงพวกเขา พวกเขาก็จะไม่ให้โทษแก่เจ้าได้แต่อย่างใดเลย และหากเจ้าตัดสินใจ ก็จงตัดสินใจระหว่างพวกเขา ด้วยความยุติธรรม แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงรักบรรดาผู้ที่ยุติธรรม
43 وَكَيْفَ يُحَكِّمُونَكَ وَعِندَهُمُ التَّوْرَاةُ فِيهَا حُكْمُ اللَّهِ ثُمَّ يَتَوَلَّوْنَ مِن بَعْدِ ذَٰلِكَ ۚ وَمَا أُولَٰئِكَ بِالْمُؤْمِنِينَ
และอย่างไรเล่าที่พวกเขาจะให้เจ้าตัดสินทั้ง ๆ ที่พวกเขามี อัต-เตารอตอยู่ ซึ่งในนั้นมีข้อตัดสินของอัลลอฮ์อยู่แล้วแล้วพวกเขาก็ผินหลังให้ หลังจากนั้น ชนเหล่านี้หาใช่เป็นผู้ศรัทธาไม่
44 إِنَّا أَنزَلْنَا التَّوْرَاةَ فِيهَا هُدًى وَنُورٌ ۚ يَحْكُمُ بِهَا النَّبِيُّونَ الَّذِينَ أَسْلَمُوا لِلَّذِينَ هَادُوا وَالرَّبَّانِيُّونَ وَالْأَحْبَارُ بِمَا اسْتُحْفِظُوا مِن كِتَابِ اللَّهِ وَكَانُوا عَلَيْهِ شُهَدَاءَ ۚ فَلَا تَخْشَوُا النَّاسَ وَاخْشَوْنِ وَلَا تَشْتَرُوا بِآيَاتِي ثَمَنًا قَلِيلًا ۚ وَمَن لَّمْ يَحْكُم بِمَا أَنزَلَ اللَّهُ فَأُولَٰئِكَ هُمُ الْكَافِرُونَ
แท้จริงเราได้ให้อัต-เตารอตลงมา โดยที่ในนั้นมีข้อแนะนำและแสงสว่าง ซึ่งบรรดานบีที่สวามิภักดิ์ได้ใช้อัต-เตารอตตัดสินบรรดาผู้ที่เป็นยิว และบรรดาผู้ที่รู้แล้วในอัลลอฮ์ และนักปราชญ์ทั้งหลายก็ได้ใช้อัต-เตารอต ตัดสิน ด้วย เนื่องด้วยสิ่งที่พวกเขาได้รับมอบหมายให้รักษาไว้ (นั่นคือ) คัมภีร์ของอัลลอฮ์ และพวกเขาก็เป็นพยานยืนยันในคัมภีร์นั้นด้วย ดังนั้นพวกเจ้า จงอย่ากลัวมนุษย์แต่จงกลัวข้าเถิด และจงอย่าแลกเปลี่ยนบรรดาโองการของข้ากับราคาอันเล็กน้อย และผู้ใดที่มิได้ตัดสินด้วยสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงประทานลงมาแล้ว ชนเหล่านี้แหละคือผู้ปฏิเสธการศรัทธา
คำแปล — อัล-มาอิดะห์ 42 ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะห์ อายะฮฺ 42 - อ่าน, ฟัง, คำแปล, ภาษาไทย : พวกเขาชอบฟังคำมุสา ชอบกินสิ่งต้องห้าม ถ้าหากพวกเขามาหาเจ้า ก็จงตัดสินระหว่างพวกเขา หรือไม่ก็หลีกเลี่ยงพวกเขาเสีย และถ้าหากเจ้าหลีกเลี่ยงพวกเขา พวกเขาก็จะไม่ให้โทษแก่เจ้าได้แต่อย่างใดเลย และหากเจ้าตัดสินใจ ก็จงตัดสินใจระหว่างพวกเขา ด้วยความยุติธรรม…
ซูเราะฮฺ อายะฮฺ 42/120 — ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะห์ المائدة (Medinan). อ่าน ฟัง คำแปล (ภาษาไทย). ฟัง: ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะห์ ฟัง, ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะห์ คำแปล, ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะห์ mp3, ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะห์ pdf. อายะฮฺ 40–44. ความหมายภาษาไทย: Melayu.