سَيَقُولُ الَّذِينَ أَشْرَكُوا لَوْ شَاءَ اللَّهُ مَا أَشْرَكْنَا وَلَا آبَاؤُنَا وَلَا حَرَّمْنَا مِن شَيْءٍ ۚ كَذَٰلِكَ كَذَّبَ الَّذِينَ مِن قَبْلِهِمْ حَتَّىٰ ذَاقُوا بَأْسَنَا ۗ قُلْ هَلْ عِندَكُم مِّنْ عِلْمٍ فَتُخْرِجُوهُ لَنَا ۖ إِن تَتَّبِعُونَ إِلَّا الظَّنَّ وَإِنْ أَنتُمْ إِلَّا تَخْرُصُونَ ١٤٨
🔤 Transliteration
Sayaqoolul lazeena ashrakoo law shaaa`al laahu maaa ashraknaa wa laaa aabaa`unaa wa laa harramnaa min shai`; kazaalika kazzabal lazeena min qablihim hattaa zaaqoo baasanaa; qul hal `indakum min `ilmin fatukh rijoohu lanaa in tattabi`oona illaz zanna wa in antum illaa takhhrusoon
📖 คำแปล (ความหมายภาษาไทย)
📖 ความหมายภาษาไทย
บรรดาผู้ที่ให้มีภาคีขึ้นนั้นจะกล่าวว่าหากว่าอัลลอฮ์ทรงประสงค์ แล้วไซร้ พวกเราก็ย่อมไม่ให้มีภาคีขึ้น และทั้งบรรพบุรุษของพวกเราอีกด้วย และพวกเราก็ย่อมไม่ให้สิ่งใดเป็นที่ต้องห้าม ในทำนองนั้นแหละบรรดาผู้ก่อนหน้าพวกเขาก็ได้มุสาแล้ว จนกระทั่งพวกเขาได้ลิ้มรสการลงโทษของเรา จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด)ว่า ที่พวกท่านนั้นมีความรู้อันใดกระนั้นหรือ ฉะนั้นพวกเจ้าจงจะต้องนำมันออกมาให้แก่เรา พวกท่านจะไม่ปฏิบัติตามสิ่งใด นอกจากการคาดคิดเอาเท่านั้น และพวกท่านไม่มีอื่นใด นอกจากจะกล่าวเท็จเท่านั้น
🌐 Additional reference in Melayu
คำอธิบายคำศัพท์สำคัญในโองการ อัชรอกู (أَشْرَكُوا ) : ตั้งภาคีแก่พระเจ้าองค์เดียว (ชิริก)บะอ์สะนา (بَأْسَنَا ) : การลงโทษอันรุนแรงของเรา (หมายถึงความหายนะและความพินาศที่ลงมา)ตัครุศูน (تَخْرُصُونَ ) : การโกหก การกล่าวเท็จ หรือการเดาโดยไร้หลักฐานคำอธิบายโองการ อัลลอฮ์ทรงแจ้งแก่ท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) ว่าบรรดาผู้ตั้งภาคีจะกล่าวแก้ตัวว่า "หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ พวกเราและบรรพบุรุษของพวกเราก็จะไม่ตั้งภาคีต่อพระองค์ และพวกเราก็จะไม่ห้ามสิ่งที่เราห้ามขึ้นเอง" พวกเขาอ้างว่าการที่พวกเขาปฏิบัติตามแนวทางชิริกและการห้ามสิ่งที่พวกเขากำหนดขึ้นเองนั้นเป็นไปตามพระประสงค์ของอัลลอฮ์ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการปฏิเสธความจริง
อัลลอฮ์ทรงตอบโต้ข้ออ้างนี้ว่า เช่นเดียวกันกับที่พวกเขาโกหกและปฏิเสธ บรรดาผู้ที่มาก่อนหน้าพวกเขาก็ได้โกหกและปฏิเสธบรรดาศาสนทูตของพวกเขาด้วยข้ออ้างเดียวกัน จนกระทั่งพวกเขาได้ลิ้มรสการลงโทษอันรุนแรงของพระองค์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าข้ออ้างดังกล่าวไม่สามารถช่วยให้รอดพ้นจากการลงโทษของอัลลอฮ์ได้
จากนั้นพระองค์ทรงสั่งให้ท่านนบีกล่าวแก่พวกเขาว่า "พวกท่านมีหลักฐานหรือความรู้ใด ๆ ที่จะพิสูจน์ว่าอัลลอฮ์ทรงพอพระทัยในการที่พวกท่านตั้งภาคีต่อพระองค์ และทรงพอพระทัยที่พวกท่านห้ามสิ่งที่พระองค์ทรงอนุญาตหรือไม่? หากมี ก็จงนำมันออกมาแสดงแก่เราเถิด" แต่ความจริงแล้วพวกเขาไม่มีหลักฐานใด ๆ เลย พวกเขาเพียงแต่ปฏิบัติตามความคาดเดาและการเดาสุ่มเท่านั้น และแท้จริงพวกเขามิได้ทำอะไรนอกจากการโกหกและกล่าวเท็จต่ออัลลอฮ์
บทเรียนและคุณค่าที่ได้รับจากโองการ การอ้างโชคชะตา (กอดัร) ไม่ใช่ข้ออ้างในการทำบาป — การที่อัลลอฮ์ทรงรอบรู้และกำหนดทุกสิ่งไว้ล่วงหน้า ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์จะใช้สิ่งนี้เป็นข้ออ้างในการทำชั่วหรือปฏิเสธความจริง เพราะมนุษย์มีเจตจำนงเสรีในการเลือกปฏิบัติ และจะถูกสอบสวนตามการกระทำของตนข้ออ้างที่ไร้หลักฐานไม่เป็นที่ยอมรับ — ผู้ที่อ้างว่าการกระทำของตนถูกต้องโดยไม่มีหลักฐานจากอัลกุรอานและซุนนะฮ์ ย่อมเป็นการปฏิบัติตามความคาดเดา ซึ่งไม่สามารถนำพาสู่ความจริงได้บทเรียนจากประวัติศาสตร์ของชนชาติก่อน ๆ — การดื้อรั้นและปฏิเสธความจริงของชนชาติก่อน ๆ ที่สุดท้ายต้องพบกับความหายนะ เป็นบทเรียนเตือนใจว่าการยึดมั่นในความผิดโดยไม่กลับตัวจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เลวร้ายการวิงวอนต่ออัลลอฮ์ด้วยความจริงใจ — โองการนี้สอนให้เราหันกลับมาหาอัลลอฮ์ด้วยความจริงใจ ไม่ใช่ใช้ข้ออ้างต่าง ๆ เพื่อปกป้องการกระทำที่ผิด แต่ควรยอมรับความจริงและปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ความสำคัญของการใช้ความรู้และหลักฐาน — ในศาสนาอิสลาม การปฏิบัติทุกอย่างต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรู้ที่ถูกต้อง ไม่ใช่การเดาสุ่มหรือการปฏิบัติตามบรรพบุรุษโดยไม่ไตร่ตรอง
سَيَقُولُ ٱلَّذِينَ أَشۡرَكُواْ لَوۡ شَآءَ ٱللَّهُ مَآ أَشۡرَكۡنَا وَلَآ ءَابَآؤُنَا وَلَا حَرَّمۡنَا مِن شَيۡءٍۚ كَذَٰلِكَ كَذَّبَ ٱلَّذِينَ مِن قَبۡلِهِمۡ حَتَّىٰ ذَاقُواْ بَأۡسَنَاۗ قُلۡ هَلۡ عِندَكُم مِّنۡ عِلۡمٍ فَتُخۡرِجُوهُ لَنَآۖ إِن تَتَّبِعُونَ إِلَّا ٱلظَّنَّ وَإِنۡ أَنتُمۡ إِلَّا تَخۡرُصُونَ ١٤٨
บรรดาผู้ที่ให้มีภาคีขึ้นนั้นจะกล่าวว่าหากว่าอัลลอฮ์ทรงประสงค์ แล้วไซร้ พวกเราก็ย่อมไม่ให้มีภาคีขึ้น และทั้งบรรพบุรุษของพวกเราอีกด้วย และพวกเราก็ย่อมไม่ให้สิ่งใดเป็นที่ต้องห้าม ในทำนองนั้นแหละบรรดาผู้ก่อนหน้าพวกเขาก็ได้มุสาแล้ว จนกระทั่งพวกเขาได้ลิ้มรสการลงโทษของเรา จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด)ว่า ที่พวกท่านนั้นมีความรู้อันใดกระนั้นหรือ ฉะนั้นพวกเจ้าจงจะต้องนำมันออกมาให้แก่เรา พวกท่านจะไม่ปฏิบัติตามสิ่งใด นอกจากการคาดคิดเอาเท่านั้น และพวกท่านไม่มีอื่นใด นอกจากจะกล่าวเท็จเท่านั้น
🖼️ Save Image
🎬 Save Video
📜 อายะฮฺ 146-150 — ซูเราะฮฺ อัล-อันอาม
146 وَعَلَى الَّذِينَ هَادُوا حَرَّمْنَا كُلَّ ذِي ظُفُرٍ ۖ وَمِنَ الْبَقَرِ وَالْغَنَمِ حَرَّمْنَا عَلَيْهِمْ شُحُومَهُمَا إِلَّا مَا حَمَلَتْ ظُهُورُهُمَا أَوِ الْحَوَايَا أَوْ مَا اخْتَلَطَ بِعَظْمٍ ۚ ذَٰلِكَ جَزَيْنَاهُم بِبَغْيِهِمْ ۖ وَإِنَّا لَصَادِقُونَ
และแก่บรรดาผู้เป็นยิวนั้น เราได้ห้ามสัตว์ทุกชนิดที่นิ้วตีนไม่แยกจากกัน และจากวัวและแกะนั้น เราได้ห้ามแก่พวกเขา ซึ่งไขมันของมัน นอกจากไขมันที่หลังของมัน หรือลำไส้ได้อุ้มไว้ หรือที่ปะปนอยู่ที่กระดูกนั่นแหละ เราได้ลงโทษพวกเขา เนื่องด้วยความอธรรมของพวกเขา และแท้จริงเรานั้นเป็นผู้พูดจริง
147 فَإِن كَذَّبُوكَ فَقُل رَّبُّكُمْ ذُو رَحْمَةٍ وَاسِعَةٍ وَلَا يُرَدُّ بَأْسُهُ عَنِ الْقَوْمِ الْمُجْرِمِينَ
หากพวกเขาปฏิเสธเจ้า ก็จงกล่าวเถิดว่าพระเจ้าของพวกเจ้านั้นเป็นผู้ทรงเอ็นดูเมตตาอันกว้างขวาง และการลงโทษของพระองค์นั้นจะไม่ถูกโต้กลับให้พ้นจากกลุ่มชนที่กระทำความผิด
148 سَيَقُولُ الَّذِينَ أَشْرَكُوا لَوْ شَاءَ اللَّهُ مَا أَشْرَكْنَا وَلَا آبَاؤُنَا وَلَا حَرَّمْنَا مِن شَيْءٍ ۚ كَذَٰلِكَ كَذَّبَ الَّذِينَ مِن قَبْلِهِمْ حَتَّىٰ ذَاقُوا بَأْسَنَا ۗ قُلْ هَلْ عِندَكُم مِّنْ عِلْمٍ فَتُخْرِجُوهُ لَنَا ۖ إِن تَتَّبِعُونَ إِلَّا الظَّنَّ وَإِنْ أَنتُمْ إِلَّا تَخْرُصُونَ
บรรดาผู้ที่ให้มีภาคีขึ้นนั้นจะกล่าวว่าหากว่าอัลลอฮ์ทรงประสงค์ แล้วไซร้ พวกเราก็ย่อมไม่ให้มีภาคีขึ้น และทั้งบรรพบุรุษของพวกเราอีกด้วย และพวกเราก็ย่อมไม่ให้สิ่งใดเป็นที่ต้องห้าม ในทำนองนั้นแหละบรรดาผู้ก่อนหน้าพวกเขาก็ได้มุสาแล้ว จนกระทั่งพวกเขาได้ลิ้มรสการลงโทษของเรา จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด)ว่า ที่พวกท่านนั้นมีความรู้อันใดกระนั้นหรือ ฉะนั้นพวกเจ้าจงจะต้องนำมันออกมาให้แก่เรา พวกท่านจะไม่ปฏิบัติตามสิ่งใด นอกจากการคาดคิดเอาเท่านั้น และพวกท่านไม่มีอื่นใด นอกจากจะกล่าวเท็จเท่านั้น
149 قُلْ فَلِلَّهِ الْحُجَّةُ الْبَالِغَةُ ۖ فَلَوْ شَاءَ لَهَدَاكُمْ أَجْمَعِينَ
จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่าอัลลอฮ์นั้นทรงมีหลักฐานอันทั่วถึง หากว่าพระองค์ทรงประสงค์แล้ว แน่นอนพระองค์ก็ย่อมแนะนำพวกท่านแล้วทั้งหมด
150 قُلْ هَلُمَّ شُهَدَاءَكُمُ الَّذِينَ يَشْهَدُونَ أَنَّ اللَّهَ حَرَّمَ هَٰذَا ۖ فَإِن شَهِدُوا فَلَا تَشْهَدْ مَعَهُمْ ۚ وَلَا تَتَّبِعْ أَهْوَاءَ الَّذِينَ كَذَّبُوا بِآيَاتِنَا وَالَّذِينَ لَا يُؤْمِنُونَ بِالْآخِرَةِ وَهُم بِرَبِّهِمْ يَعْدِلُونَ
จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า พวกท่านจงนำมาซึ่งบรรดาพยานของพวกท่านที่จะยืนว่า แท้จริงฮัลลอฮ์ได้ทรงห้ามสิ่งนี้ แล้วถ้าพวกเขา(เป็นพยาน) ยืนยัน เจ้าก็อย่ายืนยันกับพวกเขาด้วยและอย่าตามความใคร่ใฝ่ต่ำของบรรดาผู้ที่ปฏิเสธโองการทั้งหลายของเรา และบรรดาผู้ที่ไม่ศรัทธาต่อปกโลก และขณะเดียวกันพวกเขาก็ให้สิ่งอื่นเท่าเทียมกับพระเจ้าของพวกเขา
คำแปล — อัล-อันอาม 148 ซูเราะฮฺ อัล-อันอาม อายะฮฺ 148 - อ่าน, ฟัง, คำแปล, ภาษาไทย : บรรดาผู้ที่ให้มีภาคีขึ้นนั้นจะกล่าวว่าหากว่าอัลลอฮ์ทรงประสงค์ แล้วไซร้ พวกเราก็ย่อมไม่ให้มีภาคีขึ้น และทั้งบรรพบุรุษของพวกเราอีกด้วย และพวกเราก็ย่อมไม่ให้สิ่งใดเป็นที่ต้องห้าม ในทำนองนั้นแหละบรรดาผู้ก่อนหน้าพวกเขาก็ได้มุสาแล้ว จนกระทั่งพวกเขาได้ลิ้มรสการลงโทษของเรา จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด)ว่า ที่พวกท่านนั้นมีความรู้อันใดกระนั้นหรือ ฉะนั้นพวกเจ้าจงจะต้องนำมันออกมาให้แก่เรา…
ซูเราะฮฺ อายะฮฺ 148/165 — ซูเราะฮฺ อัล-อันอาม الأنعام (Meccan). อ่าน ฟัง คำแปล (ภาษาไทย). ฟัง: ซูเราะฮฺ อัล-อันอาม ฟัง, ซูเราะฮฺ อัล-อันอาม คำแปล, ซูเราะฮฺ อัล-อันอาม mp3, ซูเราะฮฺ อัล-อันอาม pdf. อายะฮฺ 146–150. ความหมายภาษาไทย: Melayu.