وَكَتَبْنَا عَلَيْهِمْ فِيهَا أَنَّ النَّفْسَ بِالنَّفْسِ وَالْعَيْنَ بِالْعَيْنِ وَالْأَنفَ بِالْأَنفِ وَالْأُذُنَ بِالْأُذُنِ وَالسِّنَّ بِالسِّنِّ وَالْجُرُوحَ قِصَاصٌ ۚ فَمَن تَصَدَّقَ بِهِ فَهُوَ كَفَّارَةٌ لَّهُ ۚ وَمَن لَّمْ يَحْكُم بِمَا أَنزَلَ اللَّهُ فَأُولَٰئِكَ هُمُ الظَّالِمُونَ ٤٥
🔤 Transliteration
Wa katabnaa `alaihim feehaaa annan nafsa binnafsi wal`aina bil`aini wal anfa bilanfi wal uzuna bil uzuni wassinna bissinni waljurooha qisaas; faman tasaddaqa bihee fahuwa kaffaaratul lah; wa mal lam yahkum bimaaa anzalal laahu fa ulaaa`ika humuz zalimoon
📖 คำแปล (ความหมายภาษาไทย)
📖 ความหมายภาษาไทย
และเราได้บัญญัติแก่พวกเขาไว้ในคัมภีร์นั้นว่า ชีวิตด้วยชีวิต และตาด้วยตา และจมูกด้วยจมูก และหูด้วยหู และฟันด้วยฟัน และบรรดาบาดแผลก็ให้มีการชดเชยเยี่ยงเดียวกัน และผู้ใดให้การชดเชยนั้นเป็นทาน มันก็เป็นสิ่งลบล้างบาปของเขา และผู้ใดมิได้ตัดสินด้วยสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงประทานลงมาแล้ว ชนเหล่านี้แหละคือผู้อธรรม
🌐 Additional reference in Melayu
### ความหมายของคำศัพท์ที่ควรอธิบาย
كَتَبْنَا عَلَيْهِمْ : เราได้กำหนดบัญญัติแก่พวกเขา (วงศ์วานอิสราเอล)قِصَاصٌ : การลงโทษโดยเท่าเทียมกันตามความผิดที่ได้กระทำไว้تَصَدَّقَ بِهِ : ผู้ที่ยกโทษให้แก่ผู้กระทำผิดโดยไม่เรียกร้องสิทธิของตนكَفَّارَةٌ : การลบล้างโทษหรือบาป### การตีความหมายของอายะฮ์
อายะฮ์นี้กล่าวถึงบัญญัติที่อัลลอฮ์ทรงกำหนดแก่ชาวยิวในคัมภีร์เตารอต (โตราห์) เกี่ยวกับหลักการลงโทษแบบเท่าเทียมกัน (กิศอศ) ซึ่งเป็นหลักการที่ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย โดยทรงกำหนดว่า:
ชีวิตแทนชีวิต : ผู้ที่ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไม่มีความชอบธรรม จะต้องถูกประหารชีวิตเป็นการตอบแทนตาต่อตา : ผู้ที่ทำให้ผู้อื่นตาบอดหรือเสียดวงตา จะต้องถูกลงโทษโดยทำให้ตาของเขาบอดเช่นกันจมูกต่อจมูก : ผู้ที่ตัดจมูกผู้อื่น จะต้องถูกตัดจมูกของเขาเป็นการตอบแทนหูต่อหู : ผู้ที่ตัดหูผู้อื่น จะต้องถูกตัดหูของเขาเป็นการตอบแทนฟันต่อฟัน : ผู้ที่ถอนฟันผู้อื่น จะต้องถูกถอนฟันของเขาเป็นการตอบแทนบาดแผลมีการตอบแทนเท่าเทียมกัน : สำหรับบาดแผลหรือการบาดเจ็บอื่น ๆ ก็ให้มีการลงโทษโดยเท่าเทียมกันตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจากนั้นอัลลอฮ์ทรงแสดงความเมตตาโดยเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายสามารถยกโทษให้แก่ผู้กระทำผิดได้ และผู้ที่ยกโทษให้โดยหวังผลบุญจากอัลลอฮ์ การยกโทษนั้นจะเป็นเหตุให้อัลลอฮ์ทรงลบล้างบาปบางส่วนของเขา เนื่องจากเขาได้ให้อภัยแก่ผู้ที่ทำผิดต่อเขา
ในตอนท้ายของอายะฮ์ อัลลอฮ์ทรงเตือนว่า ผู้ใดที่ไม่ตัดสินด้วยสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงประทานลงมา (ในเรื่องกิศอศหรือเรื่องอื่น ๆ) โดยหันไปใช้กฎหมายหรือระเบียบอื่นที่ขัดแย้งกับบัญญัติของพระองค์ บุคคลเหล่านั้นคือผู้ที่อธรรมต่อตนเองและต่อสังคม เพราะพวกเขาละเมิดขอบเขตที่อัลลอฮ์ทรงกำหนดไว้
### ข้อคิดและบทเรียนที่ได้รับ
ความยุติธรรมเป็นรากฐานของสังคม : อิสลามให้ความสำคัญกับความยุติธรรมอย่างยิ่ง โดยการลงโทษที่เท่าเทียมกันช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการแก้แค้นเกินกว่าเหตุ และสร้างความสงบสุขในสังคมความเมตตาเหนือกว่าความยุติธรรม : แม้อัลลอฮ์จะทรงกำหนดหลักการลงโทษที่เท่าเทียมกัน แต่พระองค์ก็ทรงเปิดประตูแห่งการอภัยไว้กว้าง การยกโทษให้แก่ผู้ที่ทำผิดต่อเราเป็นคุณธรรมอันสูงส่งที่นำมาซึ่งความบริสุทธิ์ใจและการลบล้างบาปการอภัยไม่ใช่การสูญเสีย : ผู้ที่ยกโทษให้แก่ผู้อื่นไม่ได้สูญเสียอะไร แต่กลับได้รับผลบุญและการอภัยโทษจากอัลลอฮ์ ซึ่งดีกว่าการยึดติดกับสิทธิของตนการตัดสินด้วยกฎหมายของอัลลอฮ์เป็นหน้าที่ : มุสลิมต้องยึดมั่นในการตัดสินด้วยบัญญัติของอัลลอฮ์ในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องสังคม เพราะการละเลยต่อบัญญัติของพระองค์คือการอธรรมต่อตนเองอิสลามเป็นศาสนาแห่งความสมดุล : ศาสนาอิสลามไม่ได้เรียกร้องให้มุสลิมเป็นฝ่ายถูกเอาเปรียบ แต่ก็ไม่ได้ส่งเสริมให้แก้แค้นอย่างไร้ขอบเขต แต่สอนให้รู้จักสิทธิของตนและในขณะเดียวกันก็รู้จักให้อภัยเมื่อเหมาะสม
وَكَتَبۡنَا عَلَيۡهِمۡ فِيهَآ أَنَّ ٱلنَّفۡسَ بِٱلنَّفۡسِ وَٱلۡعَيۡنَ بِٱلۡعَيۡنِ وَٱلۡأَنفَ بِٱلۡأَنفِ وَٱلۡأُذُنَ بِٱلۡأُذُنِ وَٱلسِّنَّ بِٱلسِّنِّ وَٱلۡجُرُوحَ قِصَاصٌۚ فَمَن تَصَدَّقَ بِهِۦ فَهُوَ كَفَّارَةٌ لَّهُۥۚ وَمَن لَّمۡ يَحۡكُم بِمَآ أَنزَلَ ٱللَّهُ فَأُوْلَٰٓئِكَ هُمُ ٱلظَّٰلِمُونَ ٤٥
และเราได้บัญญัติแก่พวกเขาไว้ในคัมภีร์นั้นว่า ชีวิตด้วยชีวิต และตาด้วยตา และจมูกด้วยจมูก และหูด้วยหู และฟันด้วยฟัน และบรรดาบาดแผลก็ให้มีการชดเชยเยี่ยงเดียวกัน และผู้ใดให้การชดเชยนั้นเป็นทาน มันก็เป็นสิ่งลบล้างบาปของเขา และผู้ใดมิได้ตัดสินด้วยสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงประทานลงมาแล้ว ชนเหล่านี้แหละคือผู้อธรรม
🖼️ Save Image
🎬 Save Video
📜 อายะฮฺ 43-47 — ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะห์
43 وَكَيْفَ يُحَكِّمُونَكَ وَعِندَهُمُ التَّوْرَاةُ فِيهَا حُكْمُ اللَّهِ ثُمَّ يَتَوَلَّوْنَ مِن بَعْدِ ذَٰلِكَ ۚ وَمَا أُولَٰئِكَ بِالْمُؤْمِنِينَ
และอย่างไรเล่าที่พวกเขาจะให้เจ้าตัดสินทั้ง ๆ ที่พวกเขามี อัต-เตารอตอยู่ ซึ่งในนั้นมีข้อตัดสินของอัลลอฮ์อยู่แล้วแล้วพวกเขาก็ผินหลังให้ หลังจากนั้น ชนเหล่านี้หาใช่เป็นผู้ศรัทธาไม่
44 إِنَّا أَنزَلْنَا التَّوْرَاةَ فِيهَا هُدًى وَنُورٌ ۚ يَحْكُمُ بِهَا النَّبِيُّونَ الَّذِينَ أَسْلَمُوا لِلَّذِينَ هَادُوا وَالرَّبَّانِيُّونَ وَالْأَحْبَارُ بِمَا اسْتُحْفِظُوا مِن كِتَابِ اللَّهِ وَكَانُوا عَلَيْهِ شُهَدَاءَ ۚ فَلَا تَخْشَوُا النَّاسَ وَاخْشَوْنِ وَلَا تَشْتَرُوا بِآيَاتِي ثَمَنًا قَلِيلًا ۚ وَمَن لَّمْ يَحْكُم بِمَا أَنزَلَ اللَّهُ فَأُولَٰئِكَ هُمُ الْكَافِرُونَ
แท้จริงเราได้ให้อัต-เตารอตลงมา โดยที่ในนั้นมีข้อแนะนำและแสงสว่าง ซึ่งบรรดานบีที่สวามิภักดิ์ได้ใช้อัต-เตารอตตัดสินบรรดาผู้ที่เป็นยิว และบรรดาผู้ที่รู้แล้วในอัลลอฮ์ และนักปราชญ์ทั้งหลายก็ได้ใช้อัต-เตารอต ตัดสิน ด้วย เนื่องด้วยสิ่งที่พวกเขาได้รับมอบหมายให้รักษาไว้ (นั่นคือ) คัมภีร์ของอัลลอฮ์ และพวกเขาก็เป็นพยานยืนยันในคัมภีร์นั้นด้วย ดังนั้นพวกเจ้า จงอย่ากลัวมนุษย์แต่จงกลัวข้าเถิด และจงอย่าแลกเปลี่ยนบรรดาโองการของข้ากับราคาอันเล็กน้อย และผู้ใดที่มิได้ตัดสินด้วยสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงประทานลงมาแล้ว ชนเหล่านี้แหละคือผู้ปฏิเสธการศรัทธา
45 وَكَتَبْنَا عَلَيْهِمْ فِيهَا أَنَّ النَّفْسَ بِالنَّفْسِ وَالْعَيْنَ بِالْعَيْنِ وَالْأَنفَ بِالْأَنفِ وَالْأُذُنَ بِالْأُذُنِ وَالسِّنَّ بِالسِّنِّ وَالْجُرُوحَ قِصَاصٌ ۚ فَمَن تَصَدَّقَ بِهِ فَهُوَ كَفَّارَةٌ لَّهُ ۚ وَمَن لَّمْ يَحْكُم بِمَا أَنزَلَ اللَّهُ فَأُولَٰئِكَ هُمُ الظَّالِمُونَ
และเราได้บัญญัติแก่พวกเขาไว้ในคัมภีร์นั้นว่า ชีวิตด้วยชีวิต และตาด้วยตา และจมูกด้วยจมูก และหูด้วยหู และฟันด้วยฟัน และบรรดาบาดแผลก็ให้มีการชดเชยเยี่ยงเดียวกัน และผู้ใดให้การชดเชยนั้นเป็นทาน มันก็เป็นสิ่งลบล้างบาปของเขา และผู้ใดมิได้ตัดสินด้วยสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงประทานลงมาแล้ว ชนเหล่านี้แหละคือผู้อธรรม
46 وَقَفَّيْنَا عَلَىٰ آثَارِهِم بِعِيسَى ابْنِ مَرْيَمَ مُصَدِّقًا لِّمَا بَيْنَ يَدَيْهِ مِنَ التَّوْرَاةِ ۖ وَآتَيْنَاهُ الْإِنجِيلَ فِيهِ هُدًى وَنُورٌ وَمُصَدِّقًا لِّمَا بَيْنَ يَدَيْهِ مِنَ التَّوْرَاةِ وَهُدًى وَمَوْعِظَةً لِّلْمُتَّقِينَ
และเราได้ให้อีซาบุตรของมัรยัมตามหลังพวกเขามา ในฐานะผู้ยืนยันสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเขาคือ อัต-เตารอต และเราได้ให้อัล-อินญีลแก่เขา ซึ่งในนั้นมีคำแนะนำและแสงสว่าง และเป็นที่ยืนยันสิ่งที่อยู่เบื้องหน้ามัน คืออัต-เตารอต และเป็นคำแนะนำ และคำตักเตือนแก่ผู้ยำเกรงทั้งหลาย
47 وَلْيَحْكُمْ أَهْلُ الْإِنجِيلِ بِمَا أَنزَلَ اللَّهُ فِيهِ ۚ وَمَن لَّمْ يَحْكُم بِمَا أَنزَلَ اللَّهُ فَأُولَٰئِكَ هُمُ الْفَاسِقُونَ
และบรรดาผู้ที่ได้รับอัล-อินญีลก็จงตัดสินด้วยสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงประทานลงมาในนั้น และผู้ใดที่มิได้ตัดสินด้วยสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงประทานลงมาแล้ว ชนเหล่านี้คือผู้ที่ละเมิด
คำแปล — อัล-มาอิดะห์ 45 ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะห์ อายะฮฺ 45 - อ่าน, ฟัง, คำแปล, ภาษาไทย : และเราได้บัญญัติแก่พวกเขาไว้ในคัมภีร์นั้นว่า ชีวิตด้วยชีวิต และตาด้วยตา และจมูกด้วยจมูก และหูด้วยหู และฟันด้วยฟัน และบรรดาบาดแผลก็ให้มีการชดเชยเยี่ยงเดียวกัน และผู้ใดให้การชดเชยนั้นเป็นทาน มันก็เป็นสิ่งลบล้างบาปของเขา และผู้ใดมิได้ตัดสินด้วยสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงประทานลงมาแล้ว…
ซูเราะฮฺ อายะฮฺ 45/120 — ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะห์ المائدة (Medinan). อ่าน ฟัง คำแปล (ภาษาไทย). ฟัง: ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะห์ ฟัง, ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะห์ คำแปล, ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะห์ mp3, ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะห์ pdf. อายะฮฺ 43–47. ความหมายภาษาไทย: Melayu.