وَمَا يَتَّبِعُ أَكْثَرُهُمْ إِلَّا ظَنًّا ۚ إِنَّ الظَّنَّ لَا يُغْنِي مِنَ الْحَقِّ شَيْئًا ۚ إِنَّ اللَّهَ عَلِيمٌ بِمَا يَفْعَلُونَ ٣٦
🔤 Transliteration
Wa maa yattabi`u aksaruhum illaa zannaa; innaz zanna laa yughnee minal haqqi shai`aa; innal laaha `Aleemum bimaa yaf`aloon
📖 คำแปล (ความหมายภาษาไทย)
📖 ความหมายภาษาไทย
และส่วนใหญ่ของพวกเขามิได้ปฏิบัติตามสิ่งใด นอกจากการนึกคิด แท้จริงการนึกคิดนั้นไม่อาจจะแทนความจริงได้แต่อย่างใด แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงรอบรู้ในสิ่งที่พวกเขากระทำ
🌐 Additional reference in Melayu
คำอธิบายคำศัพท์: الظن (การคาดคะเน/ความสงสัย) : หมายถึง การคาดเดาหรือความเชื่อที่ไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรู้หรือความแน่นอน แต่เป็นเพียงการคิดเอาเองหรือการเลียนแบบผู้อื่นโดยไม่มีหลักฐานยืนยันالحق (ความจริง/สัจธรรม) : หมายถึง สิ่งที่ถูกต้องแน่นอน ตรงกับความเป็นจริง และเป็นที่ยอมรับโดยปราศจากข้อสงสัยلا يُغني (ไม่ทำให้พอเพียง/ไม่สามารถทดแทนได้) : หมายถึง ไม่สามารถใช้แทนหรือให้ผลเช่นเดียวกับสิ่งนั้นได้การตีความหมายของอายะฮ์: อัลลอฮ์ตะอาลาตรัสว่า พวกมุชริกีนส่วนใหญ่ที่ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ โดยการบูชารูปปั้นและยึดถือว่ามันจะทำให้พวกเขาใกล้ชิดกับอัลลอฮ์นั้น พวกเขามิได้ปฏิบัติตามสิ่งใดเลยนอกจาก "การคาดคะเน" และ "ความสงสัย" ที่ไม่มีพื้นฐานจากความรู้หรือหลักฐานอันแน่ชัด พวกเขาเพียงแต่เลียนแบบบรรพบุรุษของตนโดยไม่ไตร่ตรองให้รอบคอบ
การคาดคะเนและความสงสัยนั้น ไม่สามารถทดแทนความจริงหรือให้ผลเช่นเดียวกับความรู้ที่แน่นอนได้เลย เพราะความจริงคือสิ่งที่ต้องยืนยันด้วยหลักฐานและการรู้แจ้งเห็นจริง มิใช่การเดาเอาเอง การที่พวกเขาคิดว่าการบูชารูปปั้นจะทำให้พวกเขาใกล้ชิดกับอัลลอฮ์นั้น เป็นเพียงความเข้าใจผิดที่ไม่มีมูลความจริง
ท้ายที่สุด อัลลอฮ์ทรงรู้ดียิ่งในสิ่งที่พวกเขากระทำ ไม่มีความลับใดซ่อนเร้นจากพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาตามการงานของพวกเขาอย่างยุติธรรมในวันกิยามะฮ์
บทเรียนและข้อคิดที่ได้รับ: การยึดมั่นในความรู้ที่แน่นอน : มุสลิมต้องแสวงหาความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องก่อนที่จะเชื่อหรือปฏิบัติสิ่งใด ไม่ควรปล่อยให้การคาดเดาหรือการเลียนแบบผู้อื่นโดยปราศจากการไตร่ตรองนำทางชีวิตของเราการปฏิเสธการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ : อายะฮ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดของชาวมุชริกีนที่บูชาสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮ์โดยปราศจากหลักฐานอันใด อิสลามสอนให้เรามีเตาฮีด (เอกภาพของพระเจ้า) ที่บริสุทธิ์ ปราศจากการตั้งภาคีใด ๆความรอบรู้ของอัลลอฮ์ : การที่อัลลอฮ์ทรงรอบรู้ทุกสิ่งที่เรากระทำ เป็นการเตือนให้เราระมัดระวังและสำรวมในการงานทุกอย่าง เพราะไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นจากพระองค์ และเราจะถูกตอบแทนตามสิ่งที่เราได้กระทำไว้การไม่ทำตามโดยไม่คิด : อิสลามส่งเสริมให้ใช้สติปัญญาในการพิจารณา ไม่ใช่ทำตามสิ่งที่บรรพบุรุษหรือสังคมปฏิบัติโดยไม่ตรวจสอบว่าถูกต้องหรือไม่ การใช้เหตุผลและการแสวงหาความจริงเป็นหัวใจสำคัญของศรัทธา
وَمَا يَتَّبِعُ أَكۡثَرُهُمۡ إِلَّا ظَنًّاۚ إِنَّ ٱلظَّنَّ لَا يُغۡنِي مِنَ ٱلۡحَقِّ شَيۡـًٔاۚ إِنَّ ٱللَّهَ عَلِيمُۢ بِمَا يَفۡعَلُونَ ٣٦
และส่วนใหญ่ของพวกเขามิได้ปฏิบัติตามสิ่งใด นอกจากการนึกคิด แท้จริงการนึกคิดนั้นไม่อาจจะแทนความจริงได้แต่อย่างใด แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงรอบรู้ในสิ่งที่พวกเขากระทำ
🖼️ Save Image
🎬 Save Video
📜 อายะฮฺ 34-38 — ซูเราะฮฺ ยูนุส
34 قُلْ هَلْ مِن شُرَكَائِكُم مَّن يَبْدَأُ الْخَلْقَ ثُمَّ يُعِيدُهُ ۚ قُلِ اللَّهُ يَبْدَأُ الْخَلْقَ ثُمَّ يُعِيدُهُ ۖ فَأَنَّىٰ تُؤْفَكُونَ
จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด) “มีใครบ้างในหมู่ภาคีของพวกท่าน ที่เป็นผู้เริ่มแรกในการให้บังเกิดอีก?” จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด)”อัลลอฮ์ทรงเริ่มแรกในการให้บังเกิด แล้วทรงให้มันบังเกิดอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นทำไมพวกท่านจึงหันเหออกจากความจริงไป (สู่ความเท็จ) เล่า?”
35 قُلْ هَلْ مِن شُرَكَائِكُم مَّن يَهْدِي إِلَى الْحَقِّ ۚ قُلِ اللَّهُ يَهْدِي لِلْحَقِّ ۗ أَفَمَن يَهْدِي إِلَى الْحَقِّ أَحَقُّ أَن يُتَّبَعَ أَمَّن لَّا يَهِدِّي إِلَّا أَن يُهْدَىٰ ۖ فَمَا لَكُمْ كَيْفَ تَحْكُمُونَ
จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด) “มีใครบ้างในหมู่ภาคีของพวกท่าน เป็นผู้ชี้แนะทางสู่สัจธรรม?” จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด)“อัลลอฮ์ทรงชี้แนะทางสู่สัจธรรม ดังนั้นผู้ที่ชี้แนะทางสู่สัจธรรมสมควรกว่าที่จะได้รับการปฏิบัติตาม(อิบาดะฮ์)หรือว่าผู้ที่ไม่อาจจะชี้แนะผู้อื่นได้ เว้นแต่จะถูกชี้แนะ ทำไมพวกท่านจึงตัดสินใจเช่นนั้น?”
36 وَمَا يَتَّبِعُ أَكْثَرُهُمْ إِلَّا ظَنًّا ۚ إِنَّ الظَّنَّ لَا يُغْنِي مِنَ الْحَقِّ شَيْئًا ۚ إِنَّ اللَّهَ عَلِيمٌ بِمَا يَفْعَلُونَ
และส่วนใหญ่ของพวกเขามิได้ปฏิบัติตามสิ่งใด นอกจากการนึกคิด แท้จริงการนึกคิดนั้นไม่อาจจะแทนความจริงได้แต่อย่างใด แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงรอบรู้ในสิ่งที่พวกเขากระทำ
37 وَمَا كَانَ هَٰذَا الْقُرْآنُ أَن يُفْتَرَىٰ مِن دُونِ اللَّهِ وَلَٰكِن تَصْدِيقَ الَّذِي بَيْنَ يَدَيْهِ وَتَفْصِيلَ الْكِتَابِ لَا رَيْبَ فِيهِ مِن رَّبِّ الْعَالَمِينَ
และอัลกุรอานนี้มิใช่จะถูกปั้นแต่งขึ้นโดยผู้ใดนอนจากอัลลอฮ์ แต่เป็นการยืนยันคัมภีร์ที่มีมาก่อน และเป็นการจำแนก ข้อบัญญัติต่าง ๆ ในนั้น ไม่มีข้อสงสัยในคัมภีร์นั้น ซึ่งมาจากพระเจ้าแห่งสากลโลก
38 أَمْ يَقُولُونَ افْتَرَاهُ ۖ قُلْ فَأْتُوا بِسُورَةٍ مِّثْلِهِ وَادْعُوا مَنِ اسْتَطَعْتُم مِّن دُونِ اللَّهِ إِن كُنتُمْ صَادِقِينَ
หรือพวกเขากล่าว่า “เขา(มุฮัมมัด) เป็นผู้ปั้นแต่งขึ้น” จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด) “พวกท่านจงนำกลับมาสักบทหนึ่งเยี่ยงนั้น และจงเรียกร้องผู้ที่พวกท่านสามารถนำมาได้ นอกจากอัลลอฮ์ หากพวกท่านเป็นผู้สัจจริง”
คำแปล — ยูนุส 36 ซูเราะฮฺ ยูนุส อายะฮฺ 36 - อ่าน, ฟัง, คำแปล, ภาษาไทย : และส่วนใหญ่ของพวกเขามิได้ปฏิบัติตามสิ่งใด นอกจากการนึกคิด แท้จริงการนึกคิดนั้นไม่อาจจะแทนความจริงได้แต่อย่างใด แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงรอบรู้ในสิ่งที่พวกเขากระทำ
ซูเราะฮฺ อายะฮฺ 36/109 — ซูเราะฮฺ ยูนุส يونس (Meccan). อ่าน ฟัง คำแปล (ภาษาไทย). ฟัง: ซูเราะฮฺ ยูนุส ฟัง, ซูเราะฮฺ ยูนุส คำแปล, ซูเราะฮฺ ยูนุส mp3, ซูเราะฮฺ ยูนุส pdf. อายะฮฺ 34–38. ความหมายภาษาไทย: Melayu.