وَاتَّبَعْتُ مِلَّةَ آبَائِي إِبْرَاهِيمَ وَإِسْحَاقَ وَيَعْقُوبَ ۚ مَا كَانَ لَنَا أَن نُّشْرِكَ بِاللَّهِ مِن شَيْءٍ ۚ ذَٰلِكَ مِن فَضْلِ اللَّهِ عَلَيْنَا وَعَلَى النَّاسِ وَلَٰكِنَّ أَكْثَرَ النَّاسِ لَا يَشْكُرُونَ ٣٨
🔤 Transliteration
Wattab`tu millata aabaaa`eee Ibraaheema wa Ishaaqa wa Ya`qoob; maa kaana lanaaa an nushrika billaahi min shai` zaalikamin fadlil laahi `alainaa wa `alan naasi wa laakinna aksaran naasi laa yashkuroon
📖 คำแปล (ความหมายภาษาไทย)
📖 ความหมายภาษาไทย
และฉันได้ดำเนินตามแนวทางของบรรพบุรุษของฉัน คือ อิบรอฮีมและอิสฮากและยะอฺกูบ ไม่เป็นการบังควรแก่เราที่จะตั้งภาคีด้วยสิ่งใดต่ออัลลอฮ์ นั่นคือความโปรดปรานของอัลลอฮ์แก่เราและมนุษยชาติ แต่ส่วนใหญ่ของมนุษย์ไม่ขอบคุณ
🌐 Additional reference in Melayu
คำอธิบายคำศัพท์สำคัญ: مِلَّةَ หมายถึง ศาสนา แนวทาง และวิถีการดำเนินชีวิตآبَائِي หมายถึง บรรพบุรุษของฉันمَا كَانَ لَنَا หมายถึง ไม่เป็นการเหมาะสมหรือไม่ควรแก่เราفَضْلِ اللَّهِ หมายถึง ความโปรดปรานและความเมตตาจากอัลลอฮ์การตีความหมายของอายะฮ์: ยูซุฟ อลัยฮิสสลาม ได้ประกาศจุดยืนแห่งศรัทธาของเขาอย่างชัดเจนว่า เขาดำเนินตามแนวทางอันเที่ยงตรงของบรรพบุรุษผู้เป็นศาสดา คือ อิบรอฮีม อิสฮาก และยะอ์กูบ ซึ่งคือแนวทางแห่งการยอมจำนนต่ออัลลอฮ์เพียงผู้เดียว โดยปราศจากการตั้งภาคีใด ๆ ต่อพระองค์
จากนั้นท่านได้ยืนยันว่า การตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์นั้นไม่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับวงศ์ตระกูลของท่านผู้เป็นศาสดา เพราะพวกเขาเป็นผู้ที่ได้รับการปกป้องจากอัลลอฮ์ให้พ้นจากความผิดพลาดและการตั้งภาคี ท่านได้ชี้แจงว่า การที่ท่านและบรรพบุรุษของท่านได้รับแนวทางแห่งเตาฮีด (การยอมรับในความเป็นหนึ่งเดียวของอัลลอฮ์) และความรู้ที่ถูกต้องนี้ ล้วนเป็นความโปรดปรานอันยิ่งใหญ่จากอัลลอฮ์ที่ทรงประทานแก่พวกเขา และเป็นความเมตตาต่อมวลมนุษย์ทั้งหลายด้วย เนื่องจากอัลลอฮ์ทรงส่งบรรดาศาสดามาเพื่อชี้ทางนำแก่มนุษยชาติ
ท้ายที่สุด ท่านยูซุฟได้ชี้ให้เห็นว่า แม้ความโปรดปรานนี้จะยิ่งใหญ่เพียงใด แต่มนุษย์ส่วนใหญ่กลับไม่รู้คุณ ไม่ขอบคุณอัลลอฮ์สำหรับความโปรดปรานแห่งการศรัทธาและเตาฮีดนี้ พวกเขากลับปฏิเสธและเมินเฉยต่อความจริง
บทเรียนและคุณค่าที่ได้รับ: การยึดมั่นในแนวทางของบรรดาศาสดาและผู้มีศรัทธาที่เที่ยงตรง คือเกียรติยศและความภาคภูมิใจที่แท้จริงของมนุษย์ มิใช่เชื้อชาติหรือวงศ์ตระกูลเพียงอย่างเดียว หากแต่คือการดำเนินตามแนวทางแห่งความจริง เตาฮีด (การศรัทธาต่อความเป็นหนึ่งเดียวของอัลลอฮ์) คือความโปรดปรานอันสูงสุดที่อัลลอฮ์ทรงประทานแก่มนุษย์ เพราะมันคือรากฐานของอิสรภาพที่แท้จริงจากการเป็นทาสของสิ่งอื่นใดนอกจากพระองค์ การรู้คุณและขอบคุณอัลลอฮ์ต่อความโปรดปรานแห่งการศรัทธา เป็นคุณลักษณะของคนเพียงส่วนน้อย ซึ่งเป็นบททดสอบว่าเราจะอยู่ในกลุ่มผู้รู้คุณหรือกลุ่มผู้เนรคุณ การที่มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่ขอบคุณอัลลอฮ์ ไม่ได้ลดทอนความจริงหรือความงดงามของศาสนานี้แต่อย่างใด แต่กลับเป็นการตอกย้ำถึงความจำเป็นที่เราต้องเผยแผ่และเชิญชวนสู่ความดีด้วยความเมตตาและสติปัญญา ศาสนาอิสลามคือศาสนาแห่งสายธารเดียวกันกับที่บรรดาศาสดาทุกท่านได้นำมา นับตั้งแต่อิบรอฮีมจนถึงมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะสัลลัม ดังนั้นการเป็นมุสลิมจึงมิใช่การเริ่มต้นใหม่ หากแต่เป็นการสานต่อแนวทางอันบริสุทธิ์ดั้งเดิมของมนุษย์ชาติ
وَٱتَّبَعۡتُ مِلَّةَ ءَابَآءِيٓ إِبۡرَٰهِيمَ وَإِسۡحَٰقَ وَيَعۡقُوبَۚ مَا كَانَ لَنَآ أَن نُّشۡرِكَ بِٱللَّهِ مِن شَيۡءٍۚ ذَٰلِكَ مِن فَضۡلِ ٱللَّهِ عَلَيۡنَا وَعَلَى ٱلنَّاسِ وَلَٰكِنَّ أَكۡثَرَ ٱلنَّاسِ لَا يَشۡكُرُونَ ٣٨
และฉันได้ดำเนินตามแนวทางของบรรพบุรุษของฉัน คือ อิบรอฮีมและอิสฮากและยะอฺกูบ ไม่เป็นการบังควรแก่เราที่จะตั้งภาคีด้วยสิ่งใดต่ออัลลอฮ์ นั่นคือความโปรดปรานของอัลลอฮ์แก่เราและมนุษยชาติ แต่ส่วนใหญ่ของมนุษย์ไม่ขอบคุณ
🖼️ Save Image
🎬 Save Video
📜 อายะฮฺ 36-40 — ซูเราะฮฺ ยูซุฟ
36 وَدَخَلَ مَعَهُ السِّجْنَ فَتَيَانِ ۖ قَالَ أَحَدُهُمَا إِنِّي أَرَانِي أَعْصِرُ خَمْرًا ۖ وَقَالَ الْآخَرُ إِنِّي أَرَانِي أَحْمِلُ فَوْقَ رَأْسِي خُبْزًا تَأْكُلُ الطَّيْرُ مِنْهُ ۖ نَبِّئْنَا بِتَأْوِيلِهِ ۖ إِنَّا نَرَاكَ مِنَ الْمُحْسِنِينَ
และชายหนุ่มสองคน(มหาดเล็ก) ได้เข้าคุกพร้อมกับเขา หนึ่งในสองคนกล่าวว่า “แท้จริงฉันฝันเห็นว่าฉันคั้นเหล้า” และอีกคนหนึ่งกล่าวว่า “แท้จริงฉันฝันเห็นว่าฉันแบกขนมปังไว้บนศรีษะของฉัน แล้วนกได้มากินมัน จงบอกเราด้วยการทำนายฝัน แท้จริงเราเห็นท่านอยู่ในหมู่ผู้ทำความดี”
37 قَالَ لَا يَأْتِيكُمَا طَعَامٌ تُرْزَقَانِهِ إِلَّا نَبَّأْتُكُمَا بِتَأْوِيلِهِ قَبْلَ أَن يَأْتِيَكُمَا ۚ ذَٰلِكُمَا مِمَّا عَلَّمَنِي رَبِّي ۚ إِنِّي تَرَكْتُ مِلَّةَ قَوْمٍ لَّا يُؤْمِنُونَ بِاللَّهِ وَهُم بِالْآخِرَةِ هُمْ كَافِرُونَ
เขากล่าวว่า “อาหารที่ท่านทั้งสองจะได้รับจะยังไม่มาถึงท่านทั้งสอง เว้นแต่ฉันจะบอกกับท่านทั้งสองเป็นการทำนายมัน ก่อนที่มันจะมาถึงท่านทั้งสอง นั่นแหละคือสิ่งที่พระเจ้าของฉันทรงสอนฉัน แท้จริงฉันได้ละทิ้งแนวทางของกลุ่มชนผู้ไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และพวกเขาเป็นพวกที่ปฏิเสธศรัทธาต่อวันปรโลก
38 وَاتَّبَعْتُ مِلَّةَ آبَائِي إِبْرَاهِيمَ وَإِسْحَاقَ وَيَعْقُوبَ ۚ مَا كَانَ لَنَا أَن نُّشْرِكَ بِاللَّهِ مِن شَيْءٍ ۚ ذَٰلِكَ مِن فَضْلِ اللَّهِ عَلَيْنَا وَعَلَى النَّاسِ وَلَٰكِنَّ أَكْثَرَ النَّاسِ لَا يَشْكُرُونَ
และฉันได้ดำเนินตามแนวทางของบรรพบุรุษของฉัน คือ อิบรอฮีมและอิสฮากและยะอฺกูบ ไม่เป็นการบังควรแก่เราที่จะตั้งภาคีด้วยสิ่งใดต่ออัลลอฮ์ นั่นคือความโปรดปรานของอัลลอฮ์แก่เราและมนุษยชาติ แต่ส่วนใหญ่ของมนุษย์ไม่ขอบคุณ
39 يَا صَاحِبَيِ السِّجْنِ أَأَرْبَابٌ مُّتَفَرِّقُونَ خَيْرٌ أَمِ اللَّهُ الْوَاحِدُ الْقَهَّارُ
“โอ้ เพื่อนร่วมคุกทั้งสองของฉันเอ๋ย! พระเจ้าหลายองค์ดีกว่า หรือว่าอัลลอฮ์เอกองค์ผู้ทรงอนุภาพ
40 مَا تَعْبُدُونَ مِن دُونِهِ إِلَّا أَسْمَاءً سَمَّيْتُمُوهَا أَنتُمْ وَآبَاؤُكُم مَّا أَنزَلَ اللَّهُ بِهَا مِن سُلْطَانٍ ۚ إِنِ الْحُكْمُ إِلَّا لِلَّهِ ۚ أَمَرَ أَلَّا تَعْبُدُوا إِلَّا إِيَّاهُ ۚ ذَٰلِكَ الدِّينُ الْقَيِّمُ وَلَٰكِنَّ أَكْثَرَ النَّاسِ لَا يَعْلَمُونَ
สิ่งที่พวกท่านเคารพอิบาดะฮ์อื่นจากพระองค์ มิใช่อื่นใดนอกจากบรรดาชื่อที่พวกท่านและบรรดาบรรพบุรุษของพวกท่านใช้เรียกมัน อัลลอฮ์มิได้ประทานหลักฐานในเรื่องนี้ลงมา การตัดสินมิได้เป็นสิทธิของใครนอกจากอัลลอฮ์พระองค์ทรงใช้มิให้พวกท่านเคารพอิบาดะฮ์สิ่งใด นอกจากพระองค์เท่านั้น นั่นคือศาสนาที่เที่ยงธรรมแต่ส่วนใหญ่ของมนุษย์ไม่รู้
คำแปล — ยูซุฟ 38 ซูเราะฮฺ ยูซุฟ อายะฮฺ 38 - อ่าน, ฟัง, คำแปล, ภาษาไทย : และฉันได้ดำเนินตามแนวทางของบรรพบุรุษของฉัน คือ อิบรอฮีมและอิสฮากและยะอฺกูบ ไม่เป็นการบังควรแก่เราที่จะตั้งภาคีด้วยสิ่งใดต่ออัลลอฮ์ นั่นคือความโปรดปรานของอัลลอฮ์แก่เราและมนุษยชาติ แต่ส่วนใหญ่ของมนุษย์ไม่ขอบคุณ
ซูเราะฮฺ อายะฮฺ 38/111 — ซูเราะฮฺ ยูซุฟ يوسف (Meccan). อ่าน ฟัง คำแปล (ภาษาไทย). ฟัง: ซูเราะฮฺ ยูซุฟ ฟัง, ซูเราะฮฺ ยูซุฟ คำแปล, ซูเราะฮฺ ยูซุฟ mp3, ซูเราะฮฺ ยูซุฟ pdf. อายะฮฺ 36–40. ความหมายภาษาไทย: Melayu.