۞ يَوْمَ يَجْمَعُ اللَّهُ الرُّسُلَ فَيَقُولُ مَاذَا أُجِبْتُمْ ۖ قَالُوا لَا عِلْمَ لَنَا ۖ إِنَّكَ أَنتَ عَلَّامُ الْغُيُوبِ ١٠٩
🔤 Transliteration
yawma yajma`ul laahur Rusula fa yaqoolu maazaaa ujibtum qaaloo laa `ilma lanaa innaka Anta `Allaamul Ghuyoob
📖 คำแปล (ความหมายภาษาไทย)
📖 ความหมายภาษาไทย
วันที่อัลลอฮ์จะทรงชุมนุมบรรดาร่อซูล แล้วตรัสว่าสิ่งใดบ้างที่พวกเจ้าได้รับการตอบสนอง พวกเขากล่าวว่าไม่มีความรู้ใด ๆ แก่พวกข้าพระองค์ แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ความเร้นลับทั้งหลาย
🌐 Additional reference in Melayu
ความหมายของคำที่ควรอธิบาย مَاذَا أُجِبْتُمْ – แปลว่า “พวกเจ้าถูกตอบอย่างไร?” หมายถึง การตอบรับของหมู่ชนของพวกเขาต่อการเรียกร้องเชิญชวนของบรรดาร่อซูลلَا عِلْمَ لَنَا – แปลว่า “เราไม่มีความรู้” หมายถึง การมอบหมายความรู้ที่แท้จริงให้แก่อัลลอฮ์เพียงผู้เดียวعَلَّامُ الْغُيُوبِ – ผู้ทรงรอบรู้ยิ่งในสิ่งเร้นลับทั้งหลาย ที่มนุษย์ไม่สามารถล่วงรู้ได้การตีความหมายของอายะฮ์ โอ้ปวงมนุษย์ทั้งหลาย จงรำลึกถึงวันกิยามะฮ์ ซึ่งเป็นวันที่อัลลอฮ์จะทรงรวบรวมบรรดาร่อซูลทั้งหมดที่ถูกส่งมายังหมู่ชนต่าง ๆ พระองค์จะตรัสถามพวกเขาว่า “หมู่ชนของพวกเจ้าได้ตอบรับการเรียกร้องของพวกเจ้าอย่างไรบ้าง? พวกเขาเชื่อฟังหรือปฏิเสธ?” บรรดาร่อซูลจะตอบว่า “เราไม่มีความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ในจิตใจของพวกเขา และเราไม่รู้ว่าพวกเขาได้กระทำอะไรหลังจากที่เราจากพวกเขามาแล้ว การตอบรับหรือปฏิเสธของพวกเขานั้นเป็นสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในหัวใจของพวกเขา ซึ่งเราไม่สามารถล่วงรู้ได้ แท้จริงพระองค์เท่านั้นคือผู้ทรงรอบรู้ยิ่งในสิ่งเร้นลับทั้งหลาย ทั้งที่เปิดเผยและซ่อนเร้น”
การที่บรรดาร่อซูลตอบเช่นนี้มิได้หมายความว่าพวกเขาไม่รู้ถึงการตอบรับของหมู่ชนโดยสิ้นเชิง หากแต่พวกเขากำลังมอบหมายความรู้ที่สมบูรณ์ให้แก่อัลลอฮ์ เพราะพวกเขารู้เพียงสิ่งที่ปรากฏให้เห็นภายนอกเท่านั้น ส่วนสิ่งที่อยู่ในจิตใจและสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากพวกเขาจากโลกนี้ไปแล้วนั้น มีเพียงอัลลอฮ์เท่านั้นที่ทรงรอบรู้ คำตอบนี้จึงเป็นการแสดงความถ่อมตนและการมอบหมายกิจการทั้งปวงแด่พระองค์
การถามเช่นนี้มิได้เกิดขึ้นเพราะอัลลอฮ์ไม่ทรงทราบคำตอบ หากแต่เพื่อเป็นการยืนยันหลักฐานต่อหมู่ชนที่ปฏิเสธ และเพื่อให้ประจักษ์แก่ทุกฝ่ายถึงความยุติธรรมของพระองค์ในการตัดสินในวันนั้น
บทเรียนและคุณประโยชน์จากอายะฮ์ ความจริงของวันกิยามะฮ์ – อายะฮ์นี้ยืนยันว่าวันกิยามะฮ์จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และเป็นวันที่ทุกคนจะถูกสอบสวน แม้แต่บรรดาร่อซูลก็ถูกถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ของพวกเขา ดังนั้นเราจึงควรเตรียมตัวสำหรับวันนั้นด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของอัลลอฮ์ความซื่อสัตย์ของบรรดาร่อซูล – การที่พวกเขาตอบอย่างถ่อมตนว่า “เราไม่มีความรู้” แสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ใจและการไม่กล่าวอ้างในสิ่งที่ตนไม่รู้ ซึ่งเป็นแบบอย่างอันดีงามที่เราควรปฏิบัติตามในการไม่พูดในสิ่งที่เราไม่รู้ความรอบรู้ของอัลลอฮ์ที่เหนือกว่า – อายะฮ์นี้สอนให้เราตระหนักว่าความรู้ของมนุษย์นั้นจำกัด แต่ความรู้ของอัลลอฮ์นั้นครอบคลุมทุกสิ่ง ทั้งที่เปิดเผยและซ่อนเร้น ดังนั้นเราจึงควรสำรวมตนและระมัดระวังการกระทำของเรา เพราะไม่มีสิ่งใดที่ซ่อนเร้นจากพระองค์ได้การมอบหมายแด่อัลลอฮ์ – บรรดาร่อซูลแม้จะเป็นผู้ที่สูงส่งที่สุด ยังมอบหมายความรู้ที่แท้จริงให้แก่อัลลอฮ์ ดังนั้นเราจึงควรเรียนรู้ที่จะมอบหมายกิจการทั้งหลายของเราแด่พระองค์ และไม่ยึดติดกับความรู้ความสามารถของตนเพียงลำพังความยุติธรรมของอัลลอฮ์ – การที่พระองค์ทรงถามบรรดาร่อซูลต่อหน้าหมู่ชนของพวกเขา เป็นการแสดงถึงความยุติธรรมของพระองค์ในการตัดสิน โดยจะไม่ลงโทษผู้ใดจนกว่าหลักฐานจะถูกนำมาแสดงอย่างครบถ้วน สิ่งนี้ทำให้เรามั่นใจในความยุติธรรมของพระองค์ และเพิ่มความรักและความหวังในพระเมตตาของพระองค์
۞ يَوۡمَ يَجۡمَعُ ٱللَّهُ ٱلرُّسُلَ فَيَقُولُ مَاذَآ أُجِبۡتُمۡۖ قَالُواْ لَا عِلۡمَ لَنَآۖ إِنَّكَ أَنتَ عَلَّٰمُ ٱلۡغُيُوبِ ١٠٩
วันที่อัลลอฮ์จะทรงชุมนุมบรรดาร่อซูล แล้วตรัสว่าสิ่งใดบ้างที่พวกเจ้าได้รับการตอบสนอง พวกเขากล่าวว่าไม่มีความรู้ใด ๆ แก่พวกข้าพระองค์ แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ความเร้นลับทั้งหลาย
🖼️ Save Image
🎬 Save Video
📜 อายะฮฺ 107-111 — ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะห์
107 فَإِنْ عُثِرَ عَلَىٰ أَنَّهُمَا اسْتَحَقَّا إِثْمًا فَآخَرَانِ يَقُومَانِ مَقَامَهُمَا مِنَ الَّذِينَ اسْتَحَقَّ عَلَيْهِمُ الْأَوْلَيَانِ فَيُقْسِمَانِ بِاللَّهِ لَشَهَادَتُنَا أَحَقُّ مِن شَهَادَتِهِمَا وَمَا اعْتَدَيْنَا إِنَّا إِذًا لَّمِنَ الظَّالِمِينَ
แล้วหากได้รับรู้ว่าพยานทั้งสองคนนั้นสมควรได้รับโทษ ก็ให้คนอื่นสองคนทำหน้าที่ในตำแหน่งพยานทั้งสองนั้นแทน จากบรรดาผู้ที่มีคนสองคนในหมู่พวกเขาเป็นผู้สมควร แล้วทั้งสองนั้นก็จะสาบานต่ออัลลอฮ์ว่า แน่นอนการเป็นพยานของเรานั้นสมควรยิ่งกว่าการเป็นพยานของเขาทั้งสอง และเรามิได้ละเมิด(ถ้ามิเช่นนั้น)แน่นอนทันใดนั้นเอง เราก็จะอยู่ในหมู่ผู้อธรรม
108 ذَٰلِكَ أَدْنَىٰ أَن يَأْتُوا بِالشَّهَادَةِ عَلَىٰ وَجْهِهَا أَوْ يَخَافُوا أَن تُرَدَّ أَيْمَانٌ بَعْدَ أَيْمَانِهِمْ ۗ وَاتَّقُوا اللَّهَ وَاسْمَعُوا ۗ وَاللَّهُ لَا يَهْدِي الْقَوْمَ الْفَاسِقِينَ
นั้นแหละคือสิ่งที่ใกล้ยิ่งกว่า ในการที่พวกเขาจะนำมาซึ่งการเป็นพยานตามความเป็นจริงของมัน หรือในการที่พวกเขากลัวว่า คำสาบานจะถูกปฏิเสธ หลังจากที่พวกเขาสาบาน จงยำเกรงอัลลอฮ์และจงสดับฟังเถิด แท้จริงอัลลอฮ์นั้นจะไม่ทรงแนะนำพวกที่เป็นผู้ละเมิด
109 ۞ يَوْمَ يَجْمَعُ اللَّهُ الرُّسُلَ فَيَقُولُ مَاذَا أُجِبْتُمْ ۖ قَالُوا لَا عِلْمَ لَنَا ۖ إِنَّكَ أَنتَ عَلَّامُ الْغُيُوبِ
วันที่อัลลอฮ์จะทรงชุมนุมบรรดาร่อซูล แล้วตรัสว่าสิ่งใดบ้างที่พวกเจ้าได้รับการตอบสนอง พวกเขากล่าวว่าไม่มีความรู้ใด ๆ แก่พวกข้าพระองค์ แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ความเร้นลับทั้งหลาย
110 إِذْ قَالَ اللَّهُ يَا عِيسَى ابْنَ مَرْيَمَ اذْكُرْ نِعْمَتِي عَلَيْكَ وَعَلَىٰ وَالِدَتِكَ إِذْ أَيَّدتُّكَ بِرُوحِ الْقُدُسِ تُكَلِّمُ النَّاسَ فِي الْمَهْدِ وَكَهْلًا ۖ وَإِذْ عَلَّمْتُكَ الْكِتَابَ وَالْحِكْمَةَ وَالتَّوْرَاةَ وَالْإِنجِيلَ ۖ وَإِذْ تَخْلُقُ مِنَ الطِّينِ كَهَيْئَةِ الطَّيْرِ بِإِذْنِي فَتَنفُخُ فِيهَا فَتَكُونُ طَيْرًا بِإِذْنِي ۖ وَتُبْرِئُ الْأَكْمَهَ وَالْأَبْرَصَ بِإِذْنِي ۖ وَإِذْ تُخْرِجُ الْمَوْتَىٰ بِإِذْنِي ۖ وَإِذْ كَفَفْتُ بَنِي إِسْرَائِيلَ عَنكَ إِذْ جِئْتَهُم بِالْبَيِّنَاتِ فَقَالَ الَّذِينَ كَفَرُوا مِنْهُمْ إِنْ هَٰذَا إِلَّا سِحْرٌ مُّبِينٌ
จงรำลึกถึงขณะที่อัลลอฮ์ ตรัสแก่อีซาบุตรของมัรยัมว่า จงรำถึงความโปรดปรานของข้าที่มีต่อเจ้า และมารดาของเจ้า ขณะที่ข้าได้สนับสนุนเจ้า ด้วยวิญญาณอันบริสุทธิ์ โดยที่เจ้าพูดกับประชาชน ขณะที่อยู่ในเปล แลบะขณะที่อยู่ในวัยกลางคน และขณะที่ข้าได้สอนเจ้า ซึ่งคัมภีร์และความมุ่งหมายแห่งบัญญัติศาสนาและอัต-เตารอตและอัล-อิน-ญีล และขณะที่เจ้าสร้างขึ้นจากดินดั่งรูปนกด้วยอนุมัติของข้า แล้วเจ้าเป่าเข้าไปในรูปนกนั้น มันก็กลายเป็นนก ด้วยอนุมัติของข้า และที่เจ้าทำให้คนตาบอดแต่กำเนิด และคนเป็นโรคผิวหนังหาย ด้วยอนุมัติของข้า และขณะที่เจ้าทำให้บรรดาคนตายออกมา ด้วยอนุมัติของข้า และขณะที่ข้าได้ยับยั้งและหันเหวงศ์วานอิสรออีลออกจากเจ้า เมื่อเจ้านำบรรดาหลักฐานอันชัดแจ้งมายังพวกเขาแล้วบรรดาผู้ฝ่าฝืนในหมู่พวกเขาก็กล่าวว่า สิ่งนี้ มิใช่อื่นใด นอกจากมายากลอันชัดแจ้งเท่านั้น
111 وَإِذْ أَوْحَيْتُ إِلَى الْحَوَارِيِّينَ أَنْ آمِنُوا بِي وَبِرَسُولِي قَالُوا آمَنَّا وَاشْهَدْ بِأَنَّنَا مُسْلِمُونَ
และจงรำลึกถึงขณะที่ข้าได้ดลใจแก่อัลฮะวารียิน ว่าจงศรัทธาต่อข้าและต่อร่อซูลของข้า เถิด พวกเขากล่าวว่า พวกข้าพระองค์ศรัทธากันแล้ว และโปรดได้ทรงเป็นพยานด้วยว่า แท้จริงพวกข้าพระองค์นั้นเป็นผู้สวามิภักดิ์(ต่อพระองค์)
คำแปล — อัล-มาอิดะห์ 109 ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะห์ อายะฮฺ 109 - อ่าน, ฟัง, คำแปล, ภาษาไทย : วันที่อัลลอฮ์จะทรงชุมนุมบรรดาร่อซูล แล้วตรัสว่าสิ่งใดบ้างที่พวกเจ้าได้รับการตอบสนอง พวกเขากล่าวว่าไม่มีความรู้ใด ๆ แก่พวกข้าพระองค์ แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ความเร้นลับทั้งหลาย
ซูเราะฮฺ อายะฮฺ 109/120 — ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะห์ المائدة (Medinan). อ่าน ฟัง คำแปล (ภาษาไทย). ฟัง: ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะห์ ฟัง, ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะห์ คำแปล, ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะห์ mp3, ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะห์ pdf. อายะฮฺ 107–111. ความหมายภาษาไทย: Melayu.