أَفَمَن وَعَدْنَاهُ وَعْدًا حَسَنًا فَهُوَ لَاقِيهِ كَمَن مَّتَّعْنَاهُ مَتَاعَ الْحَيَاةِ الدُّنْيَا ثُمَّ هُوَ يَوْمَ الْقِيَامَةِ مِنَ الْمُحْضَرِينَ ٦١
🔤 Transliteration
Afamanw wa`adnaahu wa`dan hasanan fahuwa laaqeehi kamam matta`naahu mataa`al hayaatid dunyaa summa huwa Yawmal Qiyaamati minal muhdareen
📖 คำแปล (ความหมายภาษาไทย)
📖 ความหมายภาษาไทย
ดังนั้นผู้ใดที่เราได้ให้สัญญาแก่เขาซึ่งเป็นสัญญาอันดีงาม เขาก็จะเป็นผู้พบมัน จะเหมือนกับผู้ที่เราได้ให้ปัจจัยแก่เขาซึ่งปัจจัยแห่งชีวิตของโลกนี้ แล้วในวันกิยามะฮฺเขาจะเป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้ถูกนำมาอยู่ต่อหน้ากระนั้นหรือ ?
🌐 Additional reference in Melayu
คำสำคัญที่ต้องอธิบาย: لَاقِيهِ (ลากีฮิ) หมายถึง ผู้ที่จะพบเจอและไปถึงสิ่งที่ได้ถูกสัญญาไว้อย่างแน่นอนمَتَّعْنَاهُ (มัตตะอ์นาฮุ) หมายถึง เราได้ให้เขาหรือมอบแก่เขา ซึ่งหมายถึงการให้ความเพลิดเพลินชั่วคราวالْمُحْضَرِينَ (อัลมุห์ฎอรีน) หมายถึง ผู้ที่ถูกนำตัวมาให้อยู่ในที่ประชุมเพื่อการสอบสวนและลงโทษการตีความหมายของโองการ: อัลลอฮ์ทรงถามด้วยคำถามเชิงตำหนิว่า ผู้ที่เราได้ให้สัญญาอันดีงามแก่เขา นั่นคือสวนสวรรค์และความโปรดปรานอันจีรังยั่งยืนในโลกหน้า และเขาจะได้พบกับสิ่งที่ถูกสัญญาไว้อย่างแน่นอนไม่มีการผิดพลาด จะเท่าเทียมกับผู้ที่เราได้ให้ความเพลิดเพลินแก่เขาในชีวิตโลกนี้ด้วยทรัพย์สมบัติ ความงดงาม และสิ่งฟุ่มเฟือยต่างๆ แล้วเขาก็หมกมุ่นอยู่กับมัน เพลิดเพลินกับมันชั่วคราว แต่แล้วในวันกิยามะฮ์ เขาจะถูกนำตัวมาอยู่ต่อหน้าอัลลอฮ์เพื่อรับการสอบสวนและการลงโทษในนรกหรือ?
ทั้งสองฝ่ายนี้ย่อมไม่เท่าเทียมกันอย่างแน่นอน ฝ่ายหนึ่งได้รับความสุขถาวรที่ไม่มีวันสิ้นสุด กับอีกฝ่ายหนึ่งได้รับความสุขชั่วคราวที่กำลังจะสูญสลาย แล้วต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานอันเจ็บปวด ดังนั้นผู้มีสติปัญญาควรเลือกสิ่งที่ประเสริฐกว่าให้กับตนเอง นั่นคือการเชื่อฟังอัลลอฮ์และแสวงหาความโปรดปรานของพระองค์
บทเรียนที่ได้รับจากโองการนี้: การเปรียบเทียบระหว่างโลกนี้กับโลกหน้านั้นชัดเจนยิ่ง — ความสุขในโลกนี้เป็นเพียงสิ่งชั่วคราวและกำลังจะจบสิ้นลง ในขณะที่ความสุขในโลกหน้านั้นเป็นนิรันดร์และไม่มีวันสิ้นสุด ดังนั้นผู้มีปัญญาควรเลือกสิ่งที่ดีกว่าและคงทนกว่า โองการนี้สอนให้เรามีมุมมองที่ถูกต้องต่อชีวิต โดยไม่หลงไปกับความฟุ้งเฟ้อของโลกนี้ แต่ให้มองไปยังเป้าหมายที่แท้จริงคือความสำเร็จในโลกหน้า การที่อัลลอฮ์ทรงสัญญาแก่ผู้ศรัทธานั้นเป็นความจริงที่ไม่ต้องสงสัย เพราะพระองค์ไม่เคยผิดสัญญา ซึ่งเป็นแรงจูงใจอันยิ่งใหญ่ให้เรามุ่งมั่นในการทำความดี โองการนี้ปลุกเร้าจิตสำนึกให้เราตระหนักว่าทุกคนจะต้องถูกนำตัวไปสู่การสอบสวนในวันกิยามะฮ์ ดังนั้นเราควรเตรียมตัวให้พร้อมด้วยการงานที่ดี ความยุติธรรมของอัลลอฮ์ปรากฏชัดในการแยกแยะระหว่างผู้ศรัทธากับผู้ปฏิเสธ — แต่ละคนจะได้รับผลตามสิ่งที่ได้กระทำไว้ ไม่มีการอธรรมต่อผู้ใด
أَفَمَن وَعَدۡنَٰهُ وَعۡدًا حَسَنًا فَهُوَ لَٰقِيهِ كَمَن مَّتَّعۡنَٰهُ مَتَٰعَ ٱلۡحَيَوٰةِ ٱلدُّنۡيَا ثُمَّ هُوَ يَوۡمَ ٱلۡقِيَٰمَةِ مِنَ ٱلۡمُحۡضَرِينَ ٦١
ดังนั้นผู้ใดที่เราได้ให้สัญญาแก่เขาซึ่งเป็นสัญญาอันดีงาม เขาก็จะเป็นผู้พบมัน จะเหมือนกับผู้ที่เราได้ให้ปัจจัยแก่เขาซึ่งปัจจัยแห่งชีวิตของโลกนี้ แล้วในวันกิยามะฮฺเขาจะเป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้ถูกนำมาอยู่ต่อหน้ากระนั้นหรือ ?
🖼️ Save Image
🎬 Save Video
📜 อายะฮฺ 59-63 — ซูเราะฮฺ อัล-กอศ็อศ
59 وَمَا كَانَ رَبُّكَ مُهْلِكَ الْقُرَىٰ حَتَّىٰ يَبْعَثَ فِي أُمِّهَا رَسُولًا يَتْلُو عَلَيْهِمْ آيَاتِنَا ۚ وَمَا كُنَّا مُهْلِكِي الْقُرَىٰ إِلَّا وَأَهْلُهَا ظَالِمُونَ
และพระเจ้าของเจ้ามิได้เป็นผู้ทำลายเมืองทั้งหลาย จนกว่าพระองค์จะทรงแต่งตั้งร่อซูลขึ้นในเมืองหลวงนั้น โดยสาธยายโองการทั้งหลายของเราแก่พวกเขา และเรามิได้เป็นผู้ทำลายเมืองทั้งหลาย เว้นแต่ชาวเมืองนั้นเป็นผู้อธรรม
60 وَمَا أُوتِيتُم مِّن شَيْءٍ فَمَتَاعُ الْحَيَاةِ الدُّنْيَا وَزِينَتُهَا ۚ وَمَا عِندَ اللَّهِ خَيْرٌ وَأَبْقَىٰ ۚ أَفَلَا تَعْقِلُونَ
และสิ่งใดที่พวกเจ้ามิได้รับนั้น มันเป็นเพียงปัจจัยแห่งชีวิตของโลกนี้ และเป็นเครื่องประดับของมัน แต่ที่อัลลอฮ์นั้นดีกว่าและจีรังกว่า พวกเจ้าไม่ใช้ปัญญาใคร่ครวญดอกหรือ ?
61 أَفَمَن وَعَدْنَاهُ وَعْدًا حَسَنًا فَهُوَ لَاقِيهِ كَمَن مَّتَّعْنَاهُ مَتَاعَ الْحَيَاةِ الدُّنْيَا ثُمَّ هُوَ يَوْمَ الْقِيَامَةِ مِنَ الْمُحْضَرِينَ
ดังนั้นผู้ใดที่เราได้ให้สัญญาแก่เขาซึ่งเป็นสัญญาอันดีงาม เขาก็จะเป็นผู้พบมัน จะเหมือนกับผู้ที่เราได้ให้ปัจจัยแก่เขาซึ่งปัจจัยแห่งชีวิตของโลกนี้ แล้วในวันกิยามะฮฺเขาจะเป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้ถูกนำมาอยู่ต่อหน้ากระนั้นหรือ ?
62 وَيَوْمَ يُنَادِيهِمْ فَيَقُولُ أَيْنَ شُرَكَائِيَ الَّذِينَ كُنتُمْ تَزْعُمُونَ
และ (จงรำลึกถึง) วันที่พระองค์ทรงเรียกพวกเขาแล้วตรัสว่า “ไหนเล่าเหล่าภาคีของข้าที่พวกเจ้ากล่าวอ้าง”
63 قَالَ الَّذِينَ حَقَّ عَلَيْهِمُ الْقَوْلُ رَبَّنَا هَٰؤُلَاءِ الَّذِينَ أَغْوَيْنَا أَغْوَيْنَاهُمْ كَمَا غَوَيْنَا ۖ تَبَرَّأْنَا إِلَيْكَ ۖ مَا كَانُوا إِيَّانَا يَعْبُدُونَ
บรรดาผู้ที่พระดำรัสคู่ควรแก่พวกเขา กล่าวว่า “ข้าแต่พระเข้าของเรา เหล่านี้คือบรรดาผู้ที่เราทำให้หลงผิด เราได้ทำให้พวกเขาหลงผิดเช่นเดียวกับที่เราได้หลงผิดเอง เราขอปลีกตัวออกแด่พระองค์ และพวกเขามิได้เคารพภักดีต่อเราจริง ๆ ดอก”
คำแปล — อัล-กอศ็อศ 61 ซูเราะฮฺ อัล-กอศ็อศ อายะฮฺ 61 - อ่าน, ฟัง, คำแปล, ภาษาไทย : ดังนั้นผู้ใดที่เราได้ให้สัญญาแก่เขาซึ่งเป็นสัญญาอันดีงาม เขาก็จะเป็นผู้พบมัน จะเหมือนกับผู้ที่เราได้ให้ปัจจัยแก่เขาซึ่งปัจจัยแห่งชีวิตของโลกนี้ แล้วในวันกิยามะฮฺเขาจะเป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้ถูกนำมาอยู่ต่อหน้ากระนั้นหรือ ?
ซูเราะฮฺ อายะฮฺ 61/88 — ซูเราะฮฺ อัล-กอศ็อศ القصص (Meccan). อ่าน ฟัง คำแปล (ภาษาไทย). ฟัง: ซูเราะฮฺ อัล-กอศ็อศ ฟัง, ซูเราะฮฺ อัล-กอศ็อศ คำแปล, ซูเราะฮฺ อัล-กอศ็อศ mp3, ซูเราะฮฺ อัล-กอศ็อศ pdf. อายะฮฺ 59–63. ความหมายภาษาไทย: Melayu.