الَّذِينَ يَتَّخِذُونَ الْكَافِرِينَ أَوْلِيَاءَ مِن دُونِ الْمُؤْمِنِينَ ۚ أَيَبْتَغُونَ عِندَهُمُ الْعِزَّةَ فَإِنَّ الْعِزَّةَ لِلَّهِ جَمِيعًا ١٣٩
🔤 Transliteration
Allazeena yattakhizoo nal kaafireena awliyaaa`a min doonil mu`mineen; a-yabta ghoona `indahumul `izzata fainnnal `izzata lillaahi jamee`aa
📖 คำแปล (ความหมายภาษาไทย)
📖 ความหมายภาษาไทย
บรรดาผู้ที่ยึดเอาบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเป็นมิตรอื่นจากผู้ศรัทธาทั้งหลายนั้น พวกเขาจะแสวงหากำลังอำนาจที่พวกเขากระนั้นหรือ แท้จริงกำลังอำนาจนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮฺทั้งหมด
🌐 Additional reference in Melayu
### คำอธิบายคำศัพท์สำคัญในโองการ
يَتَّخِذُونَ (ยัตตะคิซูน): หมายถึง การยึดถือหรือเลือกสรรเอามาเป็นأَوْلِيَاء (เอาลิยาอ์): พหูพจน์ของ وَلِيّ หมายถึง ผู้ช่วยเหลือ ผู้คุ้มครอง หรือมิตรสนิทمِن دُونِ (มินดูนิ): หมายถึง การเลือกสิ่งหนึ่งแทนอีกสิ่งหนึ่ง หรือการละทิ้งสิ่งหนึ่งไปหาอีกสิ่งหนึ่งالْعِزَّةَ (อัล-อิซซะฮ์): หมายถึง อำนาจ ความเข้มแข็ง ชัยชนะ และความมีเกียรติอันสูงส่ง### การตีความโองการ
โองการนี้กล่าวถึงกลุ่มชนผู้ที่เลือกผูกมิตรและให้ความช่วยเหลือแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา (กาฟิรูน) แทนที่จะผูกมิตรกับบรรดาผู้ศรัทธา (มุอ์มินูน) พวกเขาหันไปหาศัตรูของอิสลามเพื่อแสวงหาการสนับสนุนและความช่วยเหลือ โดยละทิ้งพี่น้องร่วมศรัทธาของตน
จากนั้นโองการได้ตั้งคำถามเชิงตำหนิว่า พวกเขาหวังจะได้มาซึ่งอำนาจและเกียรติยศจากบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธากระนั้นหรือ? นี่คือความเข้าใจที่ผิดอย่างยิ่ง เพราะแท้จริงแล้วอำนาจ เกียรติยศ และความเข้มแข็งทั้งมวลนั้นเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์เพียงผู้เดียว ไม่มีผู้ใดจะสามารถให้อำนาจหรือความมีเกียรติแก่ผู้ใดได้ เว้นแต่อัลลอฮ์จะทรงประทานให้
การที่พวกเขาหันไปพึ่งพาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น ไม่เพียงแต่จะไม่ได้รับสิ่งใดตามที่หวัง แต่ยังเป็นการแสดงถึงความอ่อนแอทางศรัทธาและความไม่เข้าใจในฤทธิ์อำนาจของอัลลอฮ์อีกด้วย เพราะหากพวกเขาต้องการความมีเกียรติอย่างแท้จริง พวกเขาควรยึดมั่นในอัลลอฮ์และปฏิบัติตามพระบัญชาของพระองค์
### บทเรียนและคุณค่าที่ได้รับจากโองการ
ความมีเกียรติที่แท้จริงอยู่ที่อัลลอฮ์เท่านั้น — ผู้ใดที่ต้องการความเข้มแข็งและเกียรติยศ ต้องแสวงหามันจากการใกล้ชิดอัลลอฮ์ ด้วยการศรัทธาและการปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระองค์ ไม่ใช่จากการพึ่งพาผู้ที่ปฏิเสธพระองค์การผูกมิตรกับผู้ปฏิเสธศรัทธาแทนผู้ศรัทธาเป็นการกระทำที่ผิด — มุสลิมต้องตระหนักว่าการให้ความช่วยเหลือและความภักดีต่อผู้ที่ต่อต้านอิสลามนั้น เป็นการทรยศต่อพี่น้องร่วมศรัทธา และเป็นการทำลายความเข้มแข็งของประชาคมมุสลิมความศรัทธาคือแหล่งพลังที่แท้จริง — เมื่อมุสลิมรวมตัวกันด้วยความศรัทธาและพึ่งพาอัลลอฮ์ พวกเขาจะได้รับความช่วยเหลือและชัยชนะ แม้จำนวนของพวกเขาจะน้อยก็ตามการพึ่งพาผู้อื่นนอกจากอัลลอฮ์คือความผิดพลาด — โองการนี้สอนให้เราหันกลับมาพึ่งพาอัลลอฮ์เพียงผู้เดียวในทุกเรื่อง เพราะพระองค์คือผู้ทรงอำนาจเหนือทุกสิ่ง และไม่มีผู้ใดจะให้คุณหรือโทษแก่เราได้นอกจากด้วยพระประสงค์ของพระองค์ความรักและความภักดีต้องมีลำดับความสำคัญ — มุสลิมต้องรู้จักจัดลำดับความสำคัญในความสัมพันธ์ โดยให้ความรักและความภักดีต่อพี่น้องผู้ศรัทธาเป็นอันดับแรก และต้องระมัดระวังไม่ให้ความสัมพันธ์กับผู้ปฏิเสธศรัทธามีอิทธิพลเหนือหลักศรัทธาของตน
ٱلَّذِينَ يَتَّخِذُونَ ٱلۡكَٰفِرِينَ أَوۡلِيَآءَ مِن دُونِ ٱلۡمُؤۡمِنِينَۚ أَيَبۡتَغُونَ عِندَهُمُ ٱلۡعِزَّةَ فَإِنَّ ٱلۡعِزَّةَ لِلَّهِ جَمِيعًا ١٣٩
บรรดาผู้ที่ยึดเอาบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเป็นมิตรอื่นจากผู้ศรัทธาทั้งหลายนั้น พวกเขาจะแสวงหากำลังอำนาจที่พวกเขากระนั้นหรือ แท้จริงกำลังอำนาจนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮฺทั้งหมด
🖼️ Save Image
🎬 Save Video
📜 อายะฮฺ 137-141 — ซูเราะฮฺ อัน-นิซาอ์
137 إِنَّ الَّذِينَ آمَنُوا ثُمَّ كَفَرُوا ثُمَّ آمَنُوا ثُمَّ كَفَرُوا ثُمَّ ازْدَادُوا كُفْرًا لَّمْ يَكُنِ اللَّهُ لِيَغْفِرَ لَهُمْ وَلَا لِيَهْدِيَهُمْ سَبِيلًا
แท้จริงบรรดาผู้ที่ศรัทธาแล้วปฏิเสธศรัทธาแล้วศรัทธา แล้วปฏิเสธศรัทธา แล้วเพิ่มการปฏิเสธศรัทธายิ่งขั้นนั้น ใช่ว่าอัลลอฮฺจะทรงอภัยโทษให้แก่พวกเขาก็หาไม่ และใช่ว่าพระองค์จะทรงแนะนำทางใดให้แก่พวกเขาก็หาไม่
138 بَشِّرِ الْمُنَافِقِينَ بِأَنَّ لَهُمْ عَذَابًا أَلِيمًا
จงแจ้งข่าวดีแก่พวกมุนาฟิก เถิดว่า แท้จริงพวกเขาจะได้รับการลงโทษอันเจ็บแสบ
139 الَّذِينَ يَتَّخِذُونَ الْكَافِرِينَ أَوْلِيَاءَ مِن دُونِ الْمُؤْمِنِينَ ۚ أَيَبْتَغُونَ عِندَهُمُ الْعِزَّةَ فَإِنَّ الْعِزَّةَ لِلَّهِ جَمِيعًا
บรรดาผู้ที่ยึดเอาบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเป็นมิตรอื่นจากผู้ศรัทธาทั้งหลายนั้น พวกเขาจะแสวงหากำลังอำนาจที่พวกเขากระนั้นหรือ แท้จริงกำลังอำนาจนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮฺทั้งหมด
140 وَقَدْ نَزَّلَ عَلَيْكُمْ فِي الْكِتَابِ أَنْ إِذَا سَمِعْتُمْ آيَاتِ اللَّهِ يُكْفَرُ بِهَا وَيُسْتَهْزَأُ بِهَا فَلَا تَقْعُدُوا مَعَهُمْ حَتَّىٰ يَخُوضُوا فِي حَدِيثٍ غَيْرِهِ ۚ إِنَّكُمْ إِذًا مِّثْلُهُمْ ۗ إِنَّ اللَّهَ جَامِعُ الْمُنَافِقِينَ وَالْكَافِرِينَ فِي جَهَنَّمَ جَمِيعًا
และแน่นอน อัลลอฮฺได้ทรงประทานลงมาแก่พวกเจ้าแล้วในคัมภีร์ นั้นว่า เมื่อพวกเจ้าได้ยินบรรดาโองการของอัลลอฮฺโองการเหล่านั้นก็ถูกปฏิเสธศรัทธา และถูกเย้ยหยัน อังนั้นพวกเจ้าจงอย่านั่งร่วมกับพวกเขา จนกว่าพวกเขาจะพูดคุยกันในเรื่องอื่นจากนั้น แท้จริงพวกเจ้านั้น-ถ้าเช่นนั้นแล้ว ก็เหมือนพวกเขา แท้จริงอัลลอฮฺจะทรงรวบรวมบรรดามุนาฟิก และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาไว้ในนรกญะฮันนัมทั้งหมด
141 الَّذِينَ يَتَرَبَّصُونَ بِكُمْ فَإِن كَانَ لَكُمْ فَتْحٌ مِّنَ اللَّهِ قَالُوا أَلَمْ نَكُن مَّعَكُمْ وَإِن كَانَ لِلْكَافِرِينَ نَصِيبٌ قَالُوا أَلَمْ نَسْتَحْوِذْ عَلَيْكُمْ وَنَمْنَعْكُم مِّنَ الْمُؤْمِنِينَ ۚ فَاللَّهُ يَحْكُمُ بَيْنَكُمْ يَوْمَ الْقِيَامَةِ ۗ وَلَن يَجْعَلَ اللَّهُ لِلْكَافِرِينَ عَلَى الْمُؤْمِنِينَ سَبِيلًا
บรรดาผู้ที่คอยดู พวกเจ้าอยู่นั้นถ้าหากพวกเจ้าได้รับชัยชนะจากอัลลอฮฺ พวกเขาก็กล่าวว่าเรามิได้ร่วมกับพวกท่านดอกหรือ? และหากว่ามีส่วนได้ใดๆ แก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาพวกเขาก็กล่าวว่าเรามิได้มีอำนาจเหนือพวกท่านดอกหรือ?และเรามิได้ป้องกันพวกท่านให้พ้นจากบรรดาผู้ศรัทธากระนั้นหรือ?อัลลอฮจะทรงตัดสินระหว่างพวกเจ้าในวันกิยามะฮ์และอัลลอฮจะไม่ทรงให้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธามีท่างใดเหนือบรรดาผู้ศรัทธาเป็นอันขาด
คำแปล — อัน-นิซาอ์ 139 ซูเราะฮฺ อัน-นิซาอ์ อายะฮฺ 139 - อ่าน, ฟัง, คำแปล, ภาษาไทย : บรรดาผู้ที่ยึดเอาบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเป็นมิตรอื่นจากผู้ศรัทธาทั้งหลายนั้น พวกเขาจะแสวงหากำลังอำนาจที่พวกเขากระนั้นหรือ แท้จริงกำลังอำนาจนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮฺทั้งหมด
ซูเราะฮฺ อายะฮฺ 139/176 — ซูเราะฮฺ อัน-นิซาอ์ النساء (Medinan). อ่าน ฟัง คำแปล (ภาษาไทย). ฟัง: ซูเราะฮฺ อัน-นิซาอ์ ฟัง, ซูเราะฮฺ อัน-นิซาอ์ คำแปล, ซูเราะฮฺ อัน-นิซาอ์ mp3, ซูเราะฮฺ อัน-นิซาอ์ pdf. อายะฮฺ 137–141. ความหมายภาษาไทย: Melayu.